เกิดการระเบิดและลุกวาบขึ้นของชั้นบรรยากาศด้านบนของดวงอาทิตย์ฝั่งตรงข้ามกับโลกของเราเย็นวานนี้ (13 มกราคม 2554) การระเบิดลุกวาบนี้เรียกว่า CME (Coronal Mass Ejection) โดยการสังเกตการณ์จากยานอวกาศ SOHO ของ NASA
จากกล้องของ SOHO เราจะเห็นวงกลมสีทึบ นั่นคือแผ่นจานโลหะที่ใช้บังแสง เงาดำด้านขวาบนคือแขนของยานอวกาศ ด้านซ้ายของวงกลมคือเปลวพลาสมาพลังสูงที่ระเบิดออกจากชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ เปลวนี้มีความร้อนสูงมาก ด้านล่างซ้ายจะมีดาวอังคารปรากฏให้เห็น หากเราคลิ๊กที่ภาพ จะเห็นความเคลื่อนไหวด้วย
ปฏิกริยาตามหลังของปรากฏการณ์นี้ จะมาถึงโลกในเวลาเท่ากับความเร็วของลมสุริยะเวลานั้น โลกเราอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 150 ล้านกิโลเมตร (1 AU) หากความเร็วลมสุริยะขณะนั้นเป็น 500 กม/วินาที ปรากฏการณ์นี้จะส่งผลถึงโลกในเวลา (150,000,000/500)/86,400 = 3.4 วัน
มาสังเกตด้วยกันว่าหากเกิด CME แบบนี้ ในวันที่ 16 มกราคม โลกจะรับผลแบบไหน (ปฏิ กริยานี้เคบเกิดมาแล้วหลายครั้งในรอบศตวรรษที่ผ่านมา) สามารถนำมาโยงเข้ากับภัยพิบัติในโลกได้ หรือเป็นเพียงปรากฏการณ์ปกติของดวงอาทิตย์ เราจะรู้ด้วยกัน

ระดับของปริมาณรังสี X วัดได้จากยานอวกาศ GOES กำลังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆในช่วงเช้าของวันที่ 14 ม.ค. 54 (ที่มา http://solarcycle24.com/xray.htm)
ระดับของปริมาณรังสี X วัดได้จากยานอวกาศ GOES สามชั่วโมงต่อมา (ถัดจากรูปบน) จะเห็นการลดระดับลงสู่สภาพปกติ
จากที่คาดว่า ระดับของรังสี X จะเกลับเข้าสู่ปกตินั้นผิดคาด เพราะระยะเวลาต่อมาอีก 9 ชั่วโมงนับจากเวลาที่ปรากฏในรูปที่สอง ระดับของรังสี X มีอาการสวิงขึ้นลงอย่างค่อนข้างผิดปกติ (ล่าสุดจากกราฟจะเห็นระดับ Peak ในเส้นสีแดงนั้นขึ้นถึงระดับ C1

