Mr.Vop's Blog

เมษายน 15, 2011

15 เมษายน 2554 ครบรอบ 99 ปีการจมของเรือไททานิค

ภาพโปสเตอร์โฆษณาความหรูหราของไททานิก

อาร์เอ็มเอส ไททานิก (RMS Titanic) หรือ เอสเอส ไททานิก (SS Titanic) คือชื่อเรือเดินสมุทรของบริษัท ไวท์ สตาร์ ไลน์ (White Star Line) เริ่มก่อสร้างเมื่อ ค.ศ.1909 สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ.1911 ที่เมืองเบลฟาสท์ ประเทศไอร์แลนด์ พร้อมๆ กับเรือคู่แฝดที่ชื่อว่า อาร์เอ็มเอส โอลิมพิก (RMS Olympic) ซึ่งเบากว่าไททานิกถึง 1,000 ตัน ซึ่งในช่วงปีนั้น มีการแข่งกันทำสถิติสร้างเรือขนาดยักษ์กันหลายบริษัท มีเรือยักษ์ผลิตออกมาหลายลำ เช่น SS America ที่ได้ตำแหน่งใหญที่สุดในโลกไปก่อนไททนนิค (ในช่วงปีนั้น การเดินทางระหว่างทวีปอเมริกากับยุโรปต้องใช้เรือเท่านั้น ยังไม่มีเครื่องบินโดยสาร)

ภาพ DeckPlan ลำเรือทั้ง 10 ชั้นของไททานิค

ไททานิคคว้าตำแหน่งเรือโดยสารที่หรูหราประเภทเรือสำราญขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้นสำเร็จ โดยมีการออกแบบและสร้างประกอบจากอู่ต่อเรือของบริษัท Harland and Wolff ประเทศไอร์แลนด์เหนือ ปล่อยลงน้ำเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ.1911 มีระวางขับน้ำ 46,328 ตัน มีเครื่องจักรไอน้ำที่มีกำลังแรงถึง 46,000 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดในการเดินทางได้ถึง 24 น็อต โดยมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงถึง 7.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

 ภาพความใหญ่โตของใบพัดเรือ

ความใหญ่โตมโหฬารมีรูปลักษณะแข็งแกร่งทนทานมหาศาลนี้ ทำให้บริษัทเจ้าของเรือมีความภาคภูมิใจมากถึงกับขนานนามเรือลำนี้ว่า “Unsinkable Ship หรือ เรือที่ไม่มีวันจม”

การเดินทางเที่ยวแรกและเที่ยวสุดท้าย

การเดินทางเที่ยวนี้เป็นการเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์ข้ามมหาสมุทแอตแลนติกจากเมืองเซาท์แธมตัน ประเทศอังกฤษไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยเริ่มถอนสมอออกเดินทางเมื่อวันที่ 11 เมษายน ค.ศ.1912 เวลา 13.30 น. มีผู้โดยสารและพนักงานประจำเรือทั้งสิ้น 2,217 คน

ในระหว่างการเดินทางนับตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ค.ศ.1912 เป็นต้นมา เรือไททานิคได้รับสัญญาณวิทยุเตือนภัยให้ระวังเรื่องภูเขาและกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่ปรากฏลอยอยู่เกลื่อนกลาดทั่วไปในเส้นทางการเดินทางจากเรือลำอื่นๆ มาโดยตลอด

และแล้วในคืนวันที่ 14 เมษายน ค.ศ.1912 เวลา 22.30 น. พนักงานวิทยุประจำเรือ  “คาลิฟอร์เนียน” ซึ่งกำลังติดอยู่ในกลุ่มก้อนน้ำแข็งห่างจากเรือไททานิค ประมาณ 19 ไมล์ทางเหนือ ได้ส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่เรืออื่นๆทุกลำในแถบนั้น ให้ระมัดระวังการชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง และในขณะที่กำลังเรียกขานเรือไททานิค เพื่อแจ้งให้ระมัดระวังเหตุภัยพิบัตินี้ ก็ได้รับสัญญาณตอบกลับมาในลักษณะที่ไม่ค่อยสุภาพว่า “…ให้หยุดเตือนเสียที เพราะสัญญาณเข้าไปรบกวนการทำงาน (ของเขา) กับ Cape Race…” พนักงานวิทยุประจำเรือ “คาลิฟอร์เนียน” จึงเลิกทำการติดต่อ และปิดเครื่องวิทยุเมื่อเวลา 23.30 น.

ต่อมาเวลาประมาณ 23.40 น. ด้วยความเร็ว 22 น็อตครึ่ง เรือไททานิคได้พุ่งเข้าชนภูเขาน้ำแข็งซึ่งมีความสูงพ้นระดับน้ำ 55-60 ฟิต ที่พิกัด  41.27°N  50.14°W ทำให้ตัวเรือแตกน้ำทะเลไหลท่วมท้นเข้ามาในตัวเรือมีระดับสูงกว่ากระดูกงู 14 ฟิต ภายใน 10 นาที แล้วไหลทะลักเข้าไปสู่ห้องต่างๆ อย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้เรือเริ่มอับปาง พนักงานวิทยุประจำเรือฯ ได้ส่งสัญญาณวิทยุแจ้งเหตุร้ายขอความช่วยเหลือไปยังเรือและสถานีฝั่งในอาณาบริเวณ เรือหลายลำที่ได้รับสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือจากเรือไททานิค จึงเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุโดยเร็ว

จนเวลา  00.05 น. ล่วงเข้าวันที่ 15 เมษายน ค.ศ.1912  กัปตันได้สั่งสละเรือ และแม้ว่าจะได้เตรียมเรือชูชีพไว้จำนวนมาก แต่ก็สามารถจุได้เพียง 1,178 คน ในจำนวนผู้โดยสารและพนักงานประจำเรือทั้งหมด 2,217 คน เท่านั้น

การอับปางของเรือไททานิคครั้งนี้เป็นเหตุโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,513 คน (02.20 น. เรือทั้งลำจมลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ) ในจำนวนนี้มีมหาเศรษฐีอเมริกันรวมอยู่ด้วยถึง 3 คน คือ John Jacob Astor, Benjamin Gugenheim และ Isidor Straus

เวลาประมาณ 04.20 น. เรือโดยสารขนาดใหญ่ชื่อ “อาร์เอ็มเอส คาร์พาเธีย” (RMS Carpathia) ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตบนเรือบดทั้งหมด และพาสู่นิวยอร์ก ในวันที่ 18 เมษายน ค.ศ.1912

73 ปีต่อมา ในเดือนกันยายน ค.ศ.1985 ซากของเรือไททานิคได้ถูกค้นพบอีกครั้ง โดย ดร.โรเบิร์ต บัลลาร์ด (Dr. Robert Duane Ballard) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจใต้ท้องทะเล ซึ่งแอบแฝงโครงการค้นหาไททนนิคไว้เบื้องหลังการของบประมาณเพื่อค้นหาเรือดำน้ำปรามณูลำอื่น

About these ads

3 ความเห็น »

  1. [...] ภาพโปสเตอร์โฆษณาความหรูหราของไททานิก อาร์เอ็มเอส ไททานิก (RMS Titanic) หรือ เอสเอส ไททานิก (SS Titanic) คือชื่อเรือเดินสมุทรของบริษัท ไวท์ สตาร์ ไลน์ (White Star Line) เริ่มก่อสร้างเมื่อ ค.ศ.1909 สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ.1911 ที่เมืองเบลฟาสท์ ประเทศไอร์แลนด์ พร้อมๆ กับเรือคู่แฝดที่ชื่อว่า อาร์เอ็มเอส โอลิมพิก (RMS Olympic) ซึ่งเบากว่าไททานิกถึง 1,000 ตัน ซึ่งในช่วงปีนั้น มีการแข่งกันทำสถิติสร้างเรือขนาดยักษ์กันหลายบริษัท มีเรือยักษ์ผลิตออกมาหลายลำ เช่ … Read More [...]

    Pingback โดย 15 เมษายน 2554 ครบรอบ 99 ปีการจมของเรือไททานิค (via Mr.Vop’s Blog) | Chana's View Blog — เมษายน 16, 2011 @ 00:08

  2. good :)

    ความเห็น โดย oom — พฤษภาคม 16, 2011 @ 22:16


RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

The Shocking Blue Green Theme. บลอกที่ WordPress.com .

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 29,151 other followers

%d bloggers like this: