Mr.Vop's Blog

มีนาคม 28, 2012

ปก a day เดือนมีนาคม 2555 น่าสนใจมากกกก

Filed under: Uncategorized — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 11:52

a day ปีที่ 12 ฉบับ 139 ประจำเดือนมีนาคม 2555 เป็นสถิติที่น่าสนใจมาก เหมือนเคาะหัวคนไทยแรงๆให้หันกลับมามองสิ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันบ้าง

 

มีนาคม 24, 2012

Mr.Vop พูดถึงไต้ฝุ่น 27 ลูก ในรายการ Likeบุรี

Filed under: อะไร อะไร — ป้ายกำกับ:, , , — Mr.Vop @ 08:29

มีนาคม 21, 2012

ทำไมเรารู้สึกว่า โลกเรามีแผ่นดินไหวบ่อยขึ้น

ข่าวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นแทบจะทุกวัน ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าแผ่นดินไหวเกิดบ่อยขึ้นหรือไม่? ทำไมจึงมีแผ่นไหวเพิ่มมากขึ้น? หรือว่าโลกเรากำลังจะแตก?

ดูเหมือนว่าคำถามเหล่านี้จะเป็นความจริงตามความรู้สึกที่ได้จากการรับรู้ข่าวสารในปัจจุบัน แต่คำตอบก็คือ แผ่นดินไหวยังคงเกิดขึ้นใน “อัตราปกติ” จากข้อมูลสถิติแผ่นดินไหวโดยสำนักธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา (USGS) ที่บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1900 (ดูสถิติ NEIC’s Earthquake Statistics)

สำนักธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกาได้ประเมินว่าแต่ละปีมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั่วโลกหลายล้านครั้ง ซึ่งบางครั้งก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากการตรวจวัดหรือมีขนาดความรุนแรงน้อยมาก ปัจจุบันศูนย์ข้อมูลแผ่นดินไหวแห่งชาติ (NEIC) สามารถระบุตำแหน่งแผ่นดินไหวได้เพียง 50 ครั้งต่อวัน หรือประมาณ 20,000 ครั้งต่อปี

เนื่องจากเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวที่มีการติดตั้งเพิ่มมากขึ้นทั่วโลกในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมานี้ ทำให้สามารถระบุแผ่นดินไหวได้มากกว่าเดิม ซึ่งอย่างไรก็ตามแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สูงกว่า 6 ริกเตอร์ก็ยังคงเกิดขึ้นในอัตราคงที่

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น นาย Dave Schumaker ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว โดยเลือกแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ถึง 6.9 มาศึกษาตามหลักสถิติอย่างง่าย พบว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมาแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ถึง 6.9 เฉลี่ยแล้วเกิดขึ้นในช่วงทุกๆ 2.7 ถึง 3.5 วัน (ดูกราฟและข้อมูลการวิเคราะห์ของเขาที่นี่) อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้คือเป็นค่าเฉลี่ยจากทั้งปี ซึ่งบางวันอาจจะเกิดมาก เกิดน้อยกว่านี้ก็ได้ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 54 ที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ถึง 6.9 ริกเตอร์ถึง 19 ครั้งในวันเดียวที่ประเทศญี่ปุ่น

ดังนั้นการที่เรารู้สึกว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้นนั้นเนื่องมาจากหลายสาเหตุที่สามารถสรุปได้ดังนี้ (สรุปข้อมูลจาก USGS)

  1. สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ซึ่งทำให้สามารถระบุแผ่นดินไหวได้แม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น แม้แต่แผ่นดินไหวขนาดเล็กๆ ที่ไม่เคยตรวจเจอมาก่อน ในปีค.ศ.1931 มีสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวเพียง 350 สถานี ในขณะที่ปัจจุบันมีมากกว่า 8,000 แห่งทั่วโลก จากสถิติในรอบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา (ค.ศ.1900) NEIC คาดการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ขนาด 7.0-7.9 ริกเตอร์ไว้ที่เฉลี่ย 17 ครั้งต่อปี และแผ่นดินไหวขนาด 8.0 หรือมากกว่าเฉลี่ยเกิดขึ้นปีละหนึ่งครั้ง (ปีค.ศ.2007 พบ 4 ครั้ง)
  2. ในขณะที่จำนวนแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มีอัตราค่อนข้างคงที่ แต่จำนวนประชากรในเขตเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวกลับมีเพิ่มมากขึ้น เช่น บริเวณตามแนวรอยต่อของเปลือกโลก ทำให้หลายคนคิดว่าแผ่นดินไหวมีความรุนแรงมากขึ้น สิ่งก่อสร้างที่มาพร้อมกับการเติบโตของจำนวนประชากรมีความแข็งแรงทนทานต่อแผ่นดินไหวแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ในแผ่นดินไหวขนาดเท่ากัน แต่ความเสียหายอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และตำแหน่งที่เกิดด้วย
  3. การสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ดีขึ้น ในอดีตเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น ผู้คนในอีกซีกโลกอาจจะไม่รับรู้ข่าวสาร หรืออาจจะรู้ช้ากว่าไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ และอาจจะเป็นแค่ข่าวเล็กๆ เท่านั้น แต่ปัจจุบันเรามีอินเตอร์เน็ตที่สามารถรับรู้ข่าวสารได้อย่างทันท่วงที การพัฒนาด้านการสื่อสารและความสนใจต่อภัยธรรมชาติที่เพิมมากขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มหันมาสนใจแผ่นดินไหวมากขึ้นด้วย
  4. แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างค่อนข้างคงที่ในแต่ละปี แต่ประชาชนกลับให้ความสนใจเฉพาะแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมากกว่าแผ่นดินไหวบริเวณอื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีความเสียหาย ทำให้มองดูเหมือนว่าแผ่นดินไหวไหวกระจุกกันอยู่ในบริเวณหนึ่งๆ เท่านั้น เช่น เมืองใหญ่ๆ ที่เกิดเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวอยู่แล้วอย่าง แคลิฟอร์เนีย ชิลี ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ อินโดนีเซีย เป็นต้น

นอกจากนี้ USGS ยังได้สรุปไว้อย่างน่าสนใจด้วยว่า จำนวนแผ่นดินไหวที่เพิ่มขึ้นช่วงระยะสั้นๆ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ตามมา ในขณะเดียวกัน เมื่อไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีก โดยปกติแล้วการเพิ่มหรือลดของอัตราการเกิดแผ่นดินไหวในช่วงระยะสั้นๆ เป็นผลจากการปรับสมดุลความกดดันของเปลือกโลกตามธรรมชาติ ซึ่งยังไม่สามารถทำนายการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อย่างแม่นยำได้ในขณะนี้

ขอบคุณข้อมูลจากทีมงานจีโอไทย  (http://geothai.net/) โดยคุณเลื่อน ปกติ

มีนาคม 9, 2012

ภาพแสงออโรรา จากพายุสนามแม่เหล็กโลก เมื่อวานนี้ ที่ไอซ์แลนด์

ภาพแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

หลังจากการปะทุรุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปีของจุดดับหมายเลข 1429 และมีการสาดพลาสมาหรือ CME เข้าใส่สนามแม่เหล็กโลกจนเกิดพายุแม่เหล็กที่ kp=7 นั้น ช่าวภาพนาม Jónína Óskarsdóttir. ได้จับภาพนี้ได้จากเมือง Faskrudsfjordur ประเทศไอซ์แลนด์ เขาบอกว่า ไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน ภาพนี้ผมถ่ายได้ด้วย exposure ที่ 1 วินาทีเท่านั้น สว่างสวยงามมาก”

Theme: Shocking Blue Green. บลอกที่ WordPress.com .

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 21,666 other followers