Mr.Vop's Blog

เมษายน 7, 2011

คลัสเตอร์ บอมบ์ คืออะไร

คลัสเตอร์ บอมบ์ หรือ ระเบิดดาวกระจาย คืออาวุธชนิดหนึ่งที่ ยิงจากปืนใหญ่หรือทิ้งจากเครื่องบิน สามารถแตกกระจายกลางอากาศเป็นระเบิดหรือกระสุนขนาดเล็กจำนวนมากมาย ครอบคลุมพื้นที่การทำลายล้างเป็นวงกว้าง แต่บ่อยครั้งที่ระเบิดขนาดเล็กเหล่านี้ระเบิดไม่หมดโดยทันที จึงเหลือตกค้างนานหลายปีเป็นอันตรายต่อพลเรือนโดยเฉพาะเด็กหลังจากที่สงคราม สงบลงแล้ว

 

ระเบิดดาวกระจายเริ่มใช้ครั้งแรกโดยกองทัพอากาศเยอรมนีใน สมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 และกลายมาเป็นอาวุธที่ใช้งานต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ล่าสุดในปีที่แล้วก็มีรายงานว่ากองทัพรัสเซียและจอร์เจียใช้ระเบิดดาวกระจาย ในสงครามที่จอร์เจีย อย่างไรก็ตาม มีประมาณ 100 ประเทศ นำโดยอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย และญี่ปุ่นได้ร่วมกันทำอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดดาวกระจาย (CCM) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ห้ามใช้งาน พัฒนา ผลิต ถ่ายโอนและเก็บสะสมระเบิดชนิดนี้ แต่ถึงปัจจุบันมีประเทศที่ให้สัตยาบันรับรอง 10 ประเทศ แต่หวังว่าจะเพิ่มเป็น 30 ประเทศในปีนี้เพื่อทำให้ข้อตกลงมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้ 98 ประเทศที่ร่วมลงนามมีพันธกิจทำลายระเบิดที่สะสมไว้ให้หมดไปภายใน 8 ปี อีกทั้งเก็บกวาดพื้นที่ที่เคยมีการใช้ระเบิดดาวกระจายให้ปลอดจากระเบิดชนิด นี้ภายใน 10 ปี และร่างแผนความช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลจากระเบิดดังกล่าวด้วย

คาด ว่าสหรัฐมีระเบิดขนาดเล็กที่ใช้ทำเป็นระเบิดดาวกระจายอยู่ในคลังประมาณ 1,000 ล้านลูก ส่วนรัสเซียและจีนน่าจะมีระเบิดดังกล่าวในปริมาณใกล้เคียงสหรัฐ แต่ทั้งสามประเทศนี้ไม่ได้ร่วมลงนามอนุสัญญา CCM

มีนาคม 22, 2011

ดัซโซลท์ ราฟาล

รายละเอียด ดัซโซลท์ ราฟาล

  • เครื่องยนต์ เทอร์โบแฟน สแนคม่า เอ็ม888-3 (SNECMA) จำนวนเครื่องยนต์ 2 เครื่อง พร้อมสันดาปท้าย
  • แรงขับเครื่องยนต์ 19,558 ปอนด์
  • กางปีก 10.9 เมตร (35 ฟุต 9 นิ้ว)
  • ฟื้นที่ปีก 47.5 ตารางเมตร
  • ยาว 15.3 เมตร (50 ฟุต 3 นิ้ว)
  • ความเร็ว 2,125 กิโลเมตร/ชั่วโมง (1,321 ไมล์/ชั่วโมง)
    • 1,390 กิโลเมตร/ชั่วโมง (864 ไมล์/ชั่วโมง) ที่ความสูงระดับทะเล
  • ความเร็วสูงสุด 1.8 มัค (2,130 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
  • น้ำหนักลำตัวว่างเปล่า 21,319 ปอนด์
  • น้ำหนักสูงสุดวิ่งขึ้น 47,399 ปอนด์
  • ระยะทางใช้วิ่งขึ้น 400-600 เมตร
  • ระยะทางวิ่งลง 450 เมตร (1,475 ฟุต)
  • รัศมีการบิน 1,853 กิโลเมตร (1,151 ไมล์)
  • เพดานบิน 60,000 ฟุต
  • จำนวนเจ้าหน้าที่ Rafale B = 2 นาย Rafale C & Rafale M = 1 นาย
  • ความจุเชื้อเพลิงภายในลำตัว 4,500 กิโลกรัม (9,900 ปอนด์)
  • น้ำหนักบรรทุกอาวุธ มากกว่า 13,228 ปอนด์
  • อาวุธ ปืนใหญ่อากาศเดฟา 791 ขนาด 30 มม. 14 Hardpoints for Air Force version13 Hardpoints for Naval DEFA 791 Cannon, 30mm. with 2500 r / minBombs, Rockets, Missilesone 1,985 lbs ASMP nuclear cruise missile

กำเนิด

เครื่องบินได้พัฒนา เพื่อกองทัพอากาศ และ กองทัพเรือ ของประเทศ ฝรั่งเศส เมื่อประเทศฝรั่งเศส ขอถอนตัว ออกจาก โครงการ EFA ( European Fighter Aircraft ) หรือ Eurofighter ในปีค.ศ. 1985 ประเทศฝรั่งเศส ตัดสินใจพัฒนาเครื่องบินรบด้วยตัวเอง และเลือกที่จะสร้าง Rafale เครื่องบิน Rafale ก็มีปีกเล็กที่ส่วนหน้า ที่เป็นรูปสามเหลี่ยม แต่มี มุมน้อยกว่า เครื่อง ของ EFA และโครงสร้าง ลำตัวก็สร้างด้วย วัสดุผสมเรียกว่า CFC (Carbon Fiber Composite)คล้ายๆกับเรื่องบินยูโรไฟเตอร์ (Euro fighter) เเละส่วนที่เป็นคานาด(Canard)จะเป็นวัสดุผสมไททาเนียม เครื่อง Rafale เป็นเครื่องที่มีน้ำหนักเบา และเล็กกว่า Eurofighter แสดงให้ชมเป็นครั้งแรก คือ Rafale A, เริ่มทำการบินทดลอง เมื่อ วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1986 แผนการ คือ 140 เครื่องของ Rafale B และ 94 เครื่องของ Rafale C สำหรับกองทัพอากาศ และ 79 เครื่องของ Rafale M สำหรับกองทัพเรือ การส่งมอบจะดำเนินไปจนถึง ปีค.ศ. 2009

เเบบแผนในการผลิต

  • Rafale A เป็นเครื่องต้นแบบ
  • Rafale B เป็นรุ่นที่มี สองที่นั่งเพื่อใช้ในการฝึกบิน โดยมีภารกิจรองลงมาคือการโจมตี
  • Rafale C เป็นรุ่นที่มีที่นั่งเดียว ภารกิจเพือการสู้รบทางอากาศ
  • Rafale M เป็นรุ่นที่ใช้กับเรือบรรทุกเครื่องบิน มีที่นั่งเดียว มีล้อหน้าเป็นระบบสปริงเพื่อช่วยในการดีดตัว ขณะวิ่งขึ้น รุ่น Rafale M เข้าประจำการในปี ค.ศ. 2001 และประจำอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle เครื่อง Rafale B และ C จะเข้าประจำการ ในปี ค.ศ. 2003.
  • Rafale D จะเป็นรุ่นที่ ล่องหน หลบเรดาร์ ของกองทัพอากาศ

Rafale ประกอบไปด้วย เทคนิคชั้นสูง เฉพาะเครื่อง Rafale ลำพังจะสามารถทดแทนเครื่องบินรบ ในประเทศ ฝรั่งเศส ได้ถึง 6 แบบ ด้วยกัน

  • - Spectra ระบบการป้องกันตัวเอง ระบบป้องกัน Spectra สามารถติดตั้งร่วม กับระบบ ของ เครื่องบิน ซึ่งจะทำให้ ปลอดภัยมากที่สุด ทั้งการข่มขู่จากทางอากาศและจากภาคพื้นดิน Spectra ให้ได้ ทั้งการตรวจสอบระยะไกล พร้อมทั้งบ่งบอก ตำแหน่ง สิ่งที่จะเป็น อันตราย กับนักบิน
  • - RBE2 เป็นระบบ การทำสงครามทางอากาศ ด้วยระบบเรดาร์ ซึ่งการทำงาน ของมัน ประกอบ ไปด้วย
  • - การตรวจสอบ และ ติดตาม ระยะไกล อากาศ-สู่-อากาศ ของเป้าหมาย ในอากาศ สามารถ สร้าง แผนที่สามมิติ สำหรับการบินในระยะต่ำ การสร้างภาพสองมิติภาคพื้นดิน การตรวจสอบ และชี้เป้าระยะไกล รวมถึงเป้าหมายในทะเล

 

 

กุมภาพันธ์ 23, 2011

ประเทศไหนที่มี อาวุธนิวเคลียร์บ้าง ?

Filed under: ภัยพิบัติ, สงคราม, อาวุธ — ป้ายกำกับ: — Mr.Vop @ 02:25

กำลังรบนิวเคลียร์ของโลก
ปัจจุบันโลกมีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 31,000 นัด ที่ยังคงบรรจุประจำการอยู่ใน 8 ประเทศ ไม่รวมเกาหลีเหนือ ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อินเดีย ปากีสถาน และอิสราเอล โดยส่วนหนึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในคลังแสง และอีกส่วนหนึ่งได้เคลื่อนย้ายวางกำลังไว้ ณ ที่ตั้งหน่วยทหารที่เป็นหน่วยยิงประมาณ 13,000 นัด ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในสภาพพร้อมรบเต็มที่ High Alert ประมาณ 4,600 นัด พร้อมใช้งานในไม่กี่นาทีตลอดเวลา หัวรบนิวเคลียร์เหล่านี้มีอำนาจการทำลายคิดเป็นน้ำหนักระเบิด TNT (Trinitrotoluene : C6H2(NO2)3CH3) ประมาณ 5,000 Megaton คือประมาณ 20,000 เท่าของระเบิดนิวเคลียร์ที่ใช้ที่ฮิโรชิมา ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

หมายเหตุ:- อ้างอิงข้อมูลของ Natural Resources Defense Council ของสหรัฐฯ

สหราชอาณาจักร
กำลังรบนิวเคลียร์ของสหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ มีแต่เพียงอาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำ Trident II D5 จำนวน 16 ลำ รวม 48 ฐานยิง และถือครองหัวรบนิวเคลียร์อยู่ 185 นัด ๆ ละ 100 Kiloton คิดเป็นน้ำหนักระเบิดรวม 18.5 Megaton

จีน
กำลังรบนิวเคลียร์ของจีน ประกอบด้วย ขีปนาวุธที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ข้ามทวีป (ICBMs) อาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ (SLBMs) และเครื่องบินทิ้งระเบิด (Bombers) รวมทั้งสิ้น 275 ฐานยิง และคาดว่าถือครองหัวรบนิวเคลียร์อยู่ประมาณ 225 นัด

จีน เป็นประเทศที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์ ที่มีขีดความสามารถที่จะโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Attack) ได้ครอบคลุมทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย อาจเว้นก็แต่ทวีปอเมริกาใต้ เท่านั้น ด้วยขีปนาวุธ CSS-4 ระยะยิงสูงสุด 13,000 กิโลเมตร และขีปนาวุธ DF-31 ระยะยิงสูงสุด 8,000 กิโลเมตร

ฝรั่งเศส
กำลังรบนิวเคลียร์ของฝรั่งเศส ประกอบด้วย อาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ SLBMs และเครื่องบินทิ้งระเบิด Bombers รวมทั้งสิ้น 133 ฐานยิง และถือครองหัวรบนิวเคลียร์ทั้งสิ้น 449 นัด

สหรัฐฯ
กำลังรบนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ประกอบด้วย ขีปนาวุธที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ข้ามทวีป ICBMs , อาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ SLBMs และเครื่องบินทิ้งระเบิด Bombers รวมทั้งสิ้น 1,074 ฐานยิง ถือครองหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 5,170 นัด และรวมอำนาจการทำลายที่คิดเป็นน้ำหนักระเบิด TNT มากกว่า 1,560 Megaton

สหรัฐฯ เป็นชาติมหาอำนาจที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์ที่มีศักยภาพสูงที่สุดในโลก มีระบบซัดส่ง เช่น ระบบอาวุธปล่อย ขีปนาวุธ อากาศยานทิ้งระเบิดระยะไกล หรือ ระบบทำการยิงจากใต้น้ำ ซึ่งสามารถนำพาหัวรบนิวเคลียร์ไปสู่เป้าหมายได้ทุกแห่งหนบนโลก ด้วยเทคโนโลยีที่สูงกว่า และไม่มีที่ใดในโลกนี้ที่หัวรบนิวเคลียร์สหรัฐฯ ไปไม่ถึง

สหรัฐฯ แสดงเจตจำนงมาโดยตลอด ที่จะถือครองอาวุธนิวเคลียร์ไว้ เพื่อเผชิญหน้ากับความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติในระดับสูงสุด ที่กระทบต่อความอยู่รอดของชาติ (Survival Interest) กับใช้เพื่อการป้องปรามทางยุทธศาสตร์

รัสเซีย
กำลังรบนิวเคลียร์ของรัสเซีย ประกอบด้วย ขีปนาวุธที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ข้ามทวีป ICBMs , อาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ SLBMs และเครื่องบินทิ้งระเบิด Bombers รวมทั้งสิ้น 1,174 ฐานยิง ถือครองหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 5,972 นัด และรวมอำนาจการทำลายที่คิดเป็นน้ำหนักระเบิด TNT มากกว่า 2,800 Megaton

รัสเซีย เป็นประเทศที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์ที่มีศักยภาพเป็นรองก็แต่เพียงสหรัฐฯ มีขีดความสามารถที่จะโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Attack) ได้ครอบคลุมทั่วโลก ด้วยขีปนาวุธที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ข้ามทวีป (ICBMs) อาวุธปล่อยจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ (SLBMs) และเครื่องบินทิ้งระเบิด (Bombers) โดยมีจำนวนฐานยิง และจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ มากกว่าสหรัฐฯ ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิบัติการนิวเคลียร์ (Nuclear Operations) ต่อสหรัฐฯ จะใช้เส้นทางผ่านขั้วโลกเหนือเป็นหลัก กับการใช้เรือดำน้ำนิวเคลียร์ เล็ดลอดเข้าไปจ่อยิง เพื่อให้มีเวลาการป้องกันเหลือน้อยที่สุด เป็นที่คาดกันว่าหัวรบนิวเคลียร์ของรัสเซีย จะสามารถฝ่าข่ายการป้องกันของสหรัฐฯ ไปสู่เป้าหมายยุทธศาสตร์ได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะทำให้พื้นที่ 1/3 ของสหรัฐฯ ถูกทำลายสิ้น ดังนั้น กำลังรบนิวเคลียร์ของรัสเซีย จึงถือเป็นภัยคุกคามอันดับ 1 ต่อสหรัฐฯ

อิสราเอล
อิสราเอล มิได้ประกาศตนว่า เป็นชาติที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์ หากแต่บางแหล่งข่าวอ้างว่า อิสราเอล อาจถือครองหัวรบนิวเคลียร์ที่มีอำนาจการทำลายต่ำ (ประมาณ 1 กิโลตัน) อยู่ถึง 200 นัด แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าสังเกตนิวเคลียร์จะยังไม่เคยตรวจพบการทดลอง หรือการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอลแต่อย่างไรก็ตาม แต่ตามข้อเท็จจริง อิสราเอล สามารถเข้าถึง รายละเอียดข้อมูลนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และฝรั่งเศส ได้

นอกจากนั้น อิสราเอล ยังถือครองขีปนาวุธ JERICHO I ระยะยิง 660 กิโลเมตร และ JERICHO II ระยะยิง 1,500 กิโลเมตรที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ รวมทั้ง จรวด SHAVIT ที่ใช้ในการปล่อยดาวเทียมของอิสราเอล ก็สามารถดัดแปรเพื่อนำส่งหัวรบนิวเคลียร์ข้ามทวีป ระยะยิง 7,800 กิโลเมตรได้เช่นกัน ทำให้อิสราเอล กลายเป็นชาติที่มีความพร้อมอย่างยิ่งในการถือครองอาวุธนิวเคลียร์

อินเดีย
กำลังรบนิวเคลียร์ของอินเดีย ประกอบด้วยขีปนาวุธ ปริวิ (PRITHVI) SS-250 ระยะยิง 200 กม. และขีปนาวุธ อัคนี (AGNI) ระยะยิง 1,500-2,000 กม.ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ และเครื่องบินขับไล่โจมตี SU-30MK ที่ใช้ในการปฏิบัติการนิวเคลียร์ โดยถือครองหัวรบนิวเคลียร์อยู่ประมาณ 85 นัด ทั้งนี้เชื่อว่าอินเดียอยู่ระหว่างการพัฒนาเรือดำน้ำที่สามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนิวเคลียร์ได้อีกด้วย

อินเดีย เป็นประเทศที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์ ที่มีขีดความสามารถที่จะโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Attack) ได้ครอบคลุม จีน ปากีสถาน อิหร่าน คาซัคสถาน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางส่วน ตลอดจน ยังมีการประเมินว่าอินเดีย มีขีดความสามารถที่จะโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ด้วยขีปนาวุธ AGNI ที่มีระยะยิงสูงสุด 2,000 กิโลเมตร

ปากีสถาน
กำลังรบนิวเคลียร์ของปากีสถาน ประกอบไปด้วยขีปนาวุธที่นำเข้าจากจีน ประมาณ 30 นัด รวมทั้งขีปนาวุธ HALF-3 ระยะยิง 600 กม.และขีปนาวุธ GHAURI ระยะยิง 600 กม.ที่พัฒนาผลิตขึ้นใช้เอง จำนวนหนึ่ง โดยคาดว่าถือครองหัวรบนิวเคลียร์อยู่ประมาณ 25 นัด

ปากีสถาน เป็นประเทศที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์ ที่มีขีดความสามารถที่จะโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Attack) ได้ครอบคลุม อินเดีย ซาอุดิอาระเบีย เยเมน โอมาน คูเวต คาซัคสถาน และภาคตะวันตกของจีน ตลอดจน มีการประเมินว่าปากีสถาน มีขีดความสามารถที่จะโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง เช่นเดียวกับอินเดีย ด้วยขีปนาวุธ CHAHEEN II ที่มีระยะยิงสูงสุด 2,000 กิโลเมตร

เกาหลีเหนือ
กำลังรบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ จากข้อมูลข่าวสารการข่าวกรอง ยังไม่อาจยืนยันได้แน่นอนว่ามีศักยภาพในการปฏิบัติการนิวเคลียร์จริงหรือไม่ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าสังเกตนิวเคลียร์ ตรวจพบการทดสอบนิวเคลียร์ เมื่อปี พ.ศ.2549 และเกาหลีเหนือ อ้างว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบ อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือ มีศักยภาพในระบบซัดส่งที่เป็นขีปนาวุธหลายแบบ เช่น Taepo Dong II ซึ่งมีระยะยิงไกลถึง 6,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ มีผู้เชื่อว่า หากเกาหลีเหนือถือครองหัวรบนิวเคลียร์ไว้จริง ก็ไม่น่าเกิน 10 นัด และอำนาจการทำลายที่คิดเป็นน้ำหนักระเบิด TNT ของแต่ละนัดน่าจะน้อยกว่า 1 กิโลตัน ใกล้เคียงกับหัวรบนิวเคลียร์ที่เคยใช้โจมตีญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

เกาหลีเหนือ เป็นประเทศถือครองระบบซัดส่งที่เป็นขีปนาวุธ และอาจถือครองหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ ๑๐ นัด อำนาจการทำลายนัดละประมาณ ๑ กิโลตัน ขีดความสามารถของระบบซัดส่งที่เป็นขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ สามารถโจมตีเป้าหมายยุทธศาสตร์ครอบคลุม ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนสามารถโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ได้ทุกเป้าหมาย

อิหร่าน
อิหร่าน เป็นประเทศที่ถือครองระบบซัดส่งที่เป็นขีปนาวุธ แม้ยังไม่มีหัวรบนิวเคลียร์ แต่ความมุ่งมั่นในโครงการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม (Uranium Enrichment) อาจทำให้อิหร่าน สามารถเตรียมสารยูเรเนียมเข้มข้น เพียงพอที่จะผลิตหัวรบนิวเคลียร์ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ขีดความสามารถของระบบซัดส่งที่เป็นขีปนาวุธที่อิหร่านถือครอง เช่น Taepo Dong II ระยะยิง 6,000 กิโลเมตร สามารถโจมตีเป้าหมายยุทธศาสตร์ครอบคลุม ทวีปยุโรป เอเชีย และแอฟริกา รวมทั้ง ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทุกเป้าหมายในพื้นที่เหล่านั้น

ข้อพิจารณาที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

1. จากการที่ประเทศต่าง ๆ อาทิ จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ รวมถึงอิหร่านได้มีการพัฒนาขีปนาวุธของตนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นภัยอันตรายต่อสันติสุขของโลกอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ทำให้สหรัฐฯ ต้องเร่งพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธแห่งชาติต่อไป โดยโครงการป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 92,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธที่ยังไม่สมบูรณ์ดีนัก แต่หากสหรัฐฯ ชะลอการพัฒนาระบบดังกล่าว ก็อาจเป็นเงื่อนไขให้ประเทศที่มีขีปนาวุธข้ามทวีปอยู่แล้ว หรือกำลังพัฒนาอยู่ในปัจจุบัน สามารถดำเนินการปรับปรุงขีปนาวุธของตน ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจนสามารถเอาชนะข่ายการป้องกันขีปนาวุธแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้

2. การแข่งขันการพัฒนาอาวุธฯ ของแต่ละฝ่าย ย่อมจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม ทั้งอาจเป็นแรงผลักดันให้เกิดการรวมขั้วของจีน รัสเซียและเกาหลีเหนืออย่างแน่นแฟ้น ยิ่งขึ้น สำหรับผลกระทบต่อไทยยังอยู่นอกเหนือวิสัยที่ไทยจะดำเนินการใด ๆ แม้ไทยจะมีความเป็นกลาง และมีความสัมพันธ์อันดีกับทุกฝ่าย แต่การอยู่ในรัศมีทำการของขีปนาวุธข้ามทวีปทั้งจากเกาหลีเหนือ และจีน ย่อมส่งผลกระทบในแง่จิตวิทยา และความไม่ปลอดภัยต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไทยสามารถกระทำได้ คือ การแสดงออก และเรียกร้องให้เกิดการสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน เพื่อไม่ให้ปัญหาขัดแย้งขยายตัวเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

Credit :  กรมข่าวทหารอากาศ

กุมภาพันธ์ 9, 2011

ทหาร 1 หมู่,หมวด,กองร้อย,กองพัน,กองพล มีเท่าไร

Filed under: สงคราม — ป้ายกำกับ:, , , , , — Mr.Vop @ 07:43

การจัดกำลังทหารของไทย

การเขียนนามหน่วยทหาร ในทางปฎิบัติแล้วจะกระทำถึงเพียงระดับกองร้อยเท่านั้น เพราะกองร้อย เป็นหน่วยเล็กที่สุดที่มีการดำเนินงานด้านธุรการ เช่น กองร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 จะเขียนว่า ร.23 พัน 3 ร้อย 2

  • 1 หมู่ มี 11 นาย (ต่างประเทศบางแห่งอาจจัด 7-8 นาย)
  • 4 หมู่ (Section) เป็น 1 หมวด (1 หมวด = 44 นาย) (บางแห่งอาจจัด 2-4 หมู่)
  • 4 หมวด (Platoon) เป็น 1 กองร้อย (1 กองร้อย = 176 นาย)
  • 4 กองร้อย (Company) เป็น 1 กองพัน (1 กองพัน = 704 นาย)
  • 4 กองพัน (Battalion) เป็น 1 กรม (1 กรม = 2,186 นาย)
  • 4 กรม (Regiment) เป็น 1 กองพล (1 กองพล = 11,264 นาย)
  • 4 กองพล (Division) เป็น 1 กองทัพภาค (1 กองทัพภาค = 45,056 นาย) (Field army)

โดยทั่วไปกองพลทหารราบของไทยนั้นจะประกอบด้วย

  • 3 กรมทหารราบ (6,558 นาย)
  • 1 กรมทหารปืนใหญ่ (2,186 นาย)
  • กองพันทหารม้า (704 นาย)
  • กองพันทหารช่าง (704 นาย)
  • กองพันสื่อสาร (704 นาย)
  • กองพันเสนารักษ์ (704 นาย)
  • กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล (176 นาย)
  • กองร้อยทหารม้าลาดตระเวน (176 นาย)
  • กองร้อยบิน (176 นาย)
  • และส่วนสนับสนุนและช่วยรบอื่นๆ เช่น กองสรรพาวุธ กองพลาธิการ สารวัตรทหาร (ราว 100 นาย)
  • รวมทั้งสิ้น 1 กองพลทหารราบมีทหารราว (12,188 นาย) ~ ราว 1 กองพลตามที่คำนวณไว้แต่ต้น

ข้อมูลจาก http://politicalbase.in.th

กุมภาพันธ์ 7, 2011

รถถัง T55

Filed under: สงคราม, อาวุธ, Uncategorized — ป้ายกำกับ:, — Mr.Vop @ 15:18

T-55 เป็นรถถังรุ่นพัฒนาต่อเนื่องมาจาก T-54 ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เริ่มผลิตในปี 2501 โดยประเทศผู้ผลิตหลักคือ รัสเซีย เชโกสโลวะเกีย (สาธารณรัฐเช็ก) โปแลนด์ และจีน (โดยในจีนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “แบบ 59″ หรือ Type-59)

รถถังรุ่นนี้แม้ปลดประจำการไปจากประเทศส่วนใหญ่แล้ว แต่ก็ยังเป็นกำลังรบหลักของกองทัพบกในประเทศกำลังพัฒนาอีกหลายประเทศ เช่น อูกันดา เวียดนามและโดยเฉพาะกัมพูชาที่เพิ่งจะสั่งซื้อรถถังรุ่นนี้หลายสิบคันเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา

T-55 นั้นติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 100 มม. ยิงเป้าหมายได้ไกล  แล่นได้ทุกสภาพพื้นที่ คล่องแคล่ว ทำความเร็วได้สูงสุด 60 กม./ชม. ขณะน้ำหนักเต็มพิกัด 39.7 ตัน เมื่อพร้อมรบ

รถถัง T-55 ใช้เป็นกำลังหลักของโลกอาหรับในสงครามทะเลทรายกับอิสราเอล ระหว่างปี 2510-2516 สหภาพโซเวียตในอดีตเคยใช้ในการรุกรานฮังการีในปี 2499 เชโกสโลวะเกีย (2511) และ การยึดอำนาจในซีเรียปี 2513

 

กุมภาพันธ์ 6, 2011

ระบบจรวดหลายลำกล้อง BM21

Filed under: สงคราม, อาวุธ — ป้ายกำกับ: — Mr.Vop @ 23:38

BM21 เป็นระบบจรวดหลายลำกล้องขนาด 122 มม. ไม่นำวิถีซึ่งผลิตในสหภาพโซเวียตเดิม ระบบจะประกอบไปด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ รถมีพิสัยปฏิบัติการได้ราว 400 กิโลเมตร ด้านหลังจะเป็นแท่นยิงซึ่งมีท่อยิงจำนวน 40 ท่อยิงซึ่งทำการยิงจรวดได้ 2 นัดต่อวินาที ทำการเล็งด้วยตาด้วยกล้องเล็งด้านข้างตัวรถ โดยมีพลประจำรถ 5 นาย และทำการยิงได้ภายใน 3 นาทีนับจากรถจอด และเปลี่ยนที่ตั้งได้หลังจากทำการยิงเสร็จแล้วภายใน 2 นาที การบรรจุจรวดทำด้วยคนโดยใช้เวลาราว 10 นาที

ตัวจรวดขนาด 122 มม. มีหลายแบบให้เลือกใช้ตามแต่ภารกิจ โดยมีตั้งแต่จรวดติดหัวรบบรรจุดินระเบิจรวดบรรจุกับระเบิดรถถังหรือระเบิดสังหารบุคคล จรวดบรรจุอมภัณฑ์ย่อย (submunitions) หรือลูกระเบิดขนาดเล็กสำหรับทำลายรถถัง ระเบิดควัน ไปจนถึงทุ่นระเบิดใต้น้ำ โดยมีระยะยิงราว 30 – 40 กิโลเมตร

ข้อเสียของ BM21 ก็คือความแม่นยำมีไม่มาก จึงทำให้ไม่สามารถทำการโจมตีที่ต้องใช้ความแม่นยำสูงได้ ดังนั้นความมุ่งหมายของอาวุธประเภทนี้คือการทำลายเป็นพื้นที่ หมายถึงการใช้อำนาจการยิงในการทำลายเป็นวงกว้าง รถหนึ่งคันมีจรวด 40 นัด จรวดทั้ง 40 นัดสามารถยิงหมดได้ภายใน 20 วินาที และ 1 กองพันจรวดหลายลำกล้องจะบรรจุทั้งหมด 18 ระบบ นั่นก็คือ 1 กองพันสามารถทำการยิงได้ถึง 720 นัดในการยิงหนึ่งครั้ง จรวดทั้ง 40 นัดจากรถหนึ่งคันสามารถทำการยิงได้ครอบคลุมพื้นที่ราว 20,000 ตารางเมตร (ราว 140×140 เมตร) ดังนั้นคิดคร่าว ๆ ว่า BM21 จำนวน 1 กองพันสามารถทำลายเป้าหมายได้ภายในพื้นที่ราว 0.9 ตารางกิโลเมตร

กัมพูชาได้รับ BM21 หลายระบบจากโซเวียตตั้งแต่ในยุคสงครามกลางเมือง

ธันวาคม 19, 2010

ปืนใหญ่ (Cannon) ทีมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ปืนใหญ่ (Cannon) ทีมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ได้แก่ปืน the Tsar Pushka ของรัสเซีย ซึ่งสร้างในศตวรรษที่ 16 ขนาดของลำกล้องกว้าง 89 เซนติเมตร ( 35 นิ้ว) ยาว 5.34 เมตร (17ฟุต 6 นิ้ว) และหนัก 39.3 ตัน ปัจจุบันตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังเครมลิน กรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย

ตุลาคม 29, 2010

ผลงานเรือรบไทยปราปโจรสลัดโซมาเลีย 28/10/53

ในวันที่ 28 ตุลาคมสำนัก งานเลขานุการกองทัพเรือแจ้งว่าว่า พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือได้รับรายงานจากศูนย์ปฎิบัติการกองทัพเรือ (ศปก.ทร.) ว่าเวลา 09.55 น.ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลา 12.55 น.ในประเทศไทย ขณะที่เรือหลวงสิมิลัน กำลังคุ้มกันเรือสินค้านานาชาติ ขนาดใหญ่ จำนวน 9 ลำ เดินทางจากภายในอ่าวเอเดนด้านทะเลแดงเพื่อไปส่งที่ปากอ่าวด้านมหาสมุทร อินเดีย บริเวณแลตติจูด 13 องศา 05 ลิปดา เหนือ ลองจิจูด 049 องศา 08 ลิปดา ตะวันออก อันเป็นพื้นที่สีแดง ห่างจากชายฝั่งประเทศโซมาเลีย ประมาณ 100 ไมล์ทะเล และเป็นตำบลที่ใกล้เคียงกับที่ประสบความสำเร็จในการตรวจค้น สกัดกั้นและผลักดันโจรสลัดโซมาเลียที่พยามเข้าโจมตีเรือสินค้ามาแล้ววันที่ 23 ตุลาคม
โดยเรือ HELLESPONT PROTECTOR สัญชาติไลบีเรีย ที่อยู่แถวหน้าด้านซ้ายของกระบวนเรือได้แจ้งมายังเรือหลวงสิมิลันว่ามีเรือ เร็วเครื่องยนต์ติดท้าย (Skiff) 1 ลำ คนในเรือประมาณ 6 คน ถืออาวุธปืน แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำ ลักษณะเหมือนโจรสลัด กำลังมุ่งหน้าเข้าหากระบวนเรือ ขณะเดียวกันเรือ MARI UGLAND สัญชาตินอร์เวย์ที่อยู่ในกระบวนเรือได้แจ้งมายังเรือสิมิลันด้วยว่าถูกโตจม ตีด้วยอาวุธปืนจากเรือลำดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำเยี่ยงโจรสลัด
พล.ร.ต.ไชยยศ สุนทรนาค ผู้บังคับหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกองทัพเรือ จึงสั่งให้เรือหลวงสิมิลันที่อยู่ทางกราบขวาของกระบวนเรือ ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 2 ไมล์เข้าตรวจสอบในทันที พร้อมทั้งส่งเฮลิคอปเตอร์ แบบ BELL 212 ขึ้นบินเข้าสกัดกั้นทันทีพร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษ และให้เรือหลวงปัตตานีเข้าคุ้มกันกระบวนเรือสินค้าแทนเมื่อเดินทางไปถึงจุด เกิดเหตุ พบเรือ Skiff 1 ลำ อยู่ในพื้นที่ และเมื่อคนในเรือเห็นเฮลิคอปเตอร์ ได้เร่งความเร็วเพื่อหลบหนีออกจากพื้นที่ พร้อมกับโยนอาวุธทิ้งน้ำ เจ้าหน้าที่บนเฮลิคอปเตอร์จึงใช้ระบบกระจายเสียงประกาศให้หยุดเรือแต่ไม่ได้ รับการสนองตอบ นักบินจึงทิ้งทุ่นควันเพื่อเป็นการเตือน

กันยายน 27, 2010

หาดโอมาฮา

หาดโอมาฮ่า (Omaha Beach) เป็นรหัสเรียกขานของจุดยกพลขึ้นบก บริเวณชายหาดนอร์มังดีร์ ประเทศฝรั่งเศส ของฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1944 หรือวันดีเดย์

กองกำลังสัมพันธมิตรทำการบุกโจมตีกองทัพนาซีเยอรมันที่ยึดครองประเทศฝรั่งเศส และทวีปยุโรปอยู่ โดยเป็นการสนธิกำลังของกองพลพลร่มที่ 101 กับกองพลพลร่มที่ 82 และกองพลทหารราบที่ 4 ของสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นกองกำลังผสมกองทัพน้อยที่ 7 ภายใต้การบังคับบัญชาของ พลเอกโอมาร์ แบรดลี่ย์ โดยที่กองพลพลร่มที่ 101 กับกองพลพลร่มที่ 82 จะเดินทางโดยเครื่องบิน จากประเทศอังกฤษ กระโดดร่มลงเหนือแนวหลังของแนวป้องกันตามแนวหาดนอร์มังดีร์ เพื่อก่อกวนและโจมตี แนวป้องกัน รวมทั้งยึดพื้นที่ให้กับทางกองพลทหารราบที่ 4 เข้าบุกในตอนเช้าตรู่โดยเรือยกพลขึ้นบกเบา

แผนที่หาดโอมาฮา

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง : Saving Private Ryan (1998)

กองร้อย Easy

Easy Company เป็นกองร้อยที่ 5 ใน กองพันพลร่มที่ 506 ของกองพลส่งทางอากาศที่ 101 แห่งกองทัพบกสหรัฐอเมริกา โดยกองพลส่งทางอากาศที่ 101 ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม 1942 เพื่อเตรียมการบุก นอร์มังดีในวันที่ 6 มิถุนายน 1944


การปฏิบัติการ แรกที่ทำให้ของร้อย E (การเรียกหน่วยในกองพันของกองทัพบกสหรัฐจะใช้ตัวอักษรเป็นตัวแทนเช่น กองร้อย A (Able company) กองร้อย F (Fox Company) กองร้อย E (Easy company) เป็นต้น) โด่งดังมากคือการปฏิบัติการในคืนก่อนวัน D-Day โดยกองพลส่งทางอากาศที่ 101 ทำการกระโดร่มลงหลังแนวของเยอรมัน แต่ด้วยความผิดพลาดหลายๆประการทำให้พลร่มตกลงพื้นอย่างกระจัดกระจาย แต่จากการฝึกที่ยอดเยี่ยมทำให้สามารถรวมหน่วยได้อย่างรวดเร็ว ในวันรุ่งขึ้น Easy company ได้รับการสั่งการให้ส่งทหาร 1 หมวด โดยการนำของร้อยโท ดิ๊ก วินเทอร์ เข้าจู่โจมฐานปืนใหญ่ที่กำลังระดมยิงชายหาด โอมาฮาที่ทหารอเมริกันยกพลขึ้นบกอยู่ โดยไม่ทราบกำลังของฝ่ายเยอรมัน ร้อยโท วินเทอร์ นำทหาร 15 นาย เข้าทำลายฐานยิงปืนใหญ่ 4 กระบอกที่มีทหารเยอรมันประมาณ 50 นายประจำการ อย่างราบคาบ ว่ากันว่าการทำลายปืนใหญ่ 4 กระบอกนี้ สามารถรักษาชีวิตของเพื่อนทหารอเมริกันที่ชายหาดนับร้อยนาย และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้อเมริกันยึดชายหาดโอมาฮาได้ ที่โอมาฮาเป็นจุดที่อเมริกัน สูญเสียมากที่สุด

กองรัอย E เป็นกองร้อยที่มักจะได้รับมอบหมายให้เป็นกองหน้า เนื่องจากความสามารถในการรบดีเยี่ยมในอีกหลายสมรภูมิ โดยตอนจบสงครามกองร้อย E สูญเสียทหารไปมากกว่า ุ60% (140 นาย ในปฏิบัติการแรกอยู่รอดตลอดสงครามเพียง 48 นาย) ผู้ที่รอดตายก็ล้วนได้รับการเลื่อนยศ และเป็นกำลังสำคัญในการพิชิตเยอรมัน แต่แม้จะเป็นกองหนุนของกองร้อย E ก็มีความสามารถในการรบสูงกว่าหน่วยอื่นโดยเฉลี่ย

ปัจจุบันกองพลส่ง ทางอากาศที่ 101 ก็เป็นกองพลแรกที่เหยียบดินแดน ข้าศึกอยู่เสมอ โดยเฉพาะในสงครามปลดปล่อยคูเวต และสงครามเสรีภาพอิรัก และยังคงเป็นกองพลชั้นยอดของกองทัพสหรัฐเสมอมา

ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้อง : Band of Brothers” (2001)

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ PokDer™


Theme: Shocking Blue Green. บลอกที่ WordPress.com .

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,816 other followers