Mr.Vop's Blog

มีนาคม 28, 2012

ปก a day เดือนมีนาคม 2555 น่าสนใจมากกกก

Filed under: Uncategorized — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 11:52

a day ปีที่ 12 ฉบับ 139 ประจำเดือนมีนาคม 2555 เป็นสถิติที่น่าสนใจมาก เหมือนเคาะหัวคนไทยแรงๆให้หันกลับมามองสิ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันบ้าง

 

พฤศจิกายน 25, 2011

25 พ.ย. 54 สุริยุปราคาบางส่วนที่ขั้วโลกใต้

Filed under: Uncategorized — Mr.Vop @ 07:05

คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูการจำลองการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์

วันนี้ (25 พ.ย. 54) วันพระ และพระจันทร์เต็มดวงจะเคลื่อนผ่านหน้าพระอาทิตย์ โดยเฉียดจากศูนย์กลางไป ไม่บังเต็มดวง ก่อให้เกิดปรากฏการสุริยุปราคาบางส่วน โดยเงาของดวงจันทร์ จะทาบไปบนพื้นโลกในแถบขั้วโลกใต้ และหลายประเทศแถบนั้น อาทิ นิวซีแลนด์ ทัซมาเนีย และบางส่วนของแอฟริกาใต้ รวมทั้งแอนตาร์ติกา

กันยายน 8, 2011

การตั้งชื่อพายุที่เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติค

ความกดอากาศต่ำทำให้เกิดพายุ เมื่อมีพายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางของพายุมากกว่า 34 นอต หรือ 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (กลายเป็นพายุโซนร้อน) พายุนั้นจะถูกตั้งชื่อ โดยพายุที่เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติค จะได้ชื่อเรียงจากบนลงล่างตามตารางนี้

2011 2012 2013 2014 2015 2016
Arlene
Bret
Cindy
Don
Emily
Franklin
Gert
Harvey
Irene
Jose
Katia
Lee
Maria
Nate
Ophelia
Philippe
Rina
Sean
Tammy
Vince
Whitney
Alberto
Beryl
Chris
Debby
Ernesto
Florence
Gordon
Helene
Isaac
Joyce
Kirk
Leslie
Michael
Nadine
Oscar
Patty
Rafael
Sandy
Tony
Valerie
William
Andrea
Barry
Chantal
Dorian
Erin
Fernand
Gabrielle
Humberto
Ingrid
Jerry
Karen
Lorenzo
Melissa
Nestor
Olga
Pablo
Rebekah
Sebastien
Tanya
Van
Wendy
Arthur
Bertha
Cristobal
Dolly
Edouard
Fay
Gonzalo
Hanna
Isaias
Josephine
Kyle
Laura
Marco
Nana
Omar
Paulette
Rene
Sally
Teddy
Vicky
Wilfred
Ana
Bill
Claudette
Danny
Erika
Fred
Grace
Henri
Ida
Joaquin
Kate
Larry
Mindy
Nicholas
Odette
Peter
Rose
Sam
Teresa
Victor
Wanda
Alex
Bonnie
Colin
Danielle
Earl
Fiona
Gaston
Hermine
Ian
Julia
Karl
Lisa
Matthew
Nicole
Otto
Paula
Richard
Shary
Tobias
Virginie
Walter

หากในปีนั้นมีตั้งชื่อพายุเกิน 21 ลูก (แต่ละปีจะมีชื่อ 21 ชื่อ) ให้ตั้งชื่อพายุลูกต่อไปตามอักษรกรีก เช่น  Alpha, Beta, Gamma, Delta

กันยายน 7, 2011

เกิดการปะทุรุนแรงของจุดมืดที่ 1283 บนดวงอาทิตย์ถึง 3 ครั้ง

Filed under: Uncategorized — ป้ายกำกับ:, , , , , , , , — Mr.Vop @ 16:13

ภาพถ่ายในช่วงคลื่น UV จากยานอวกาศ SOHO แสดงกลุ่มรังสีที่แผ่จากจุดมืด 1283

หลังจากการปะทุขนาด M5.3 ช่วงเช้าวานนี้ของจุดมืดหมายเลข 1283 บนดวงอาทิตย์ ต่อมาเมื่อเวลาตีสามเช้านี้ (7/9/54) เกิดการปะทุซ้ำในระดับรุนแรงถึง X2.1

การปะทุนี้ได้ทำให้เกิดกลุ่มรังสีที่ส่งผลกับระบบวิทยุคลื่่นยาวในยุโรปและอเมริกา และจากรายงานของยาน SOHO และยาน STEREO ได้ตรวจพบกลุ่มแก้ส CME พ่นออกจากจุดมืดตรงมายังขั้วเหนือของโลกเรา โดยกลุ่มแก้สนี้จะมาถึงในช่วงวันที่ 8-10 ก.ย.นี้ (แล้วแต่ความเร็วของลมสุริยะที่พัดมา) โปรดติดตามผลที่เกิดขึ้นต่อไป

ล่าสุดเมื่อราว 05:38 ของวันที่ 8 ก.ย. ตามเวลาไทย ได้เกิดการปะทุรุนแรงระดับ 1.8 อีกครั้ง การปะทุลหายครั้งนี้ ทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณวิทยุในหลายรัฐของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงคลื่นความถี่ต่ำ (21MHz)

ภาพพายุแม่เหล็ก kp=5-7 ในบรรยากาศโลกวันที่ 10 กันยายน ตามเวลาไทย

กราฟระดับ kp วันที่ 11 กันยายน

กันยายน 6, 2011

สูตรคณิตศาสตร์สำหรับหาพื้นที่ผิวของร่างกายมนุษย์

การหาพื้นที่ผิวของร่างกายมนุษย์

ลองนึกดูว่าหากจะทำการคำนวณหาพื้นที่ผิวของร่างกายของเราจะทำได้อย่างไร คงเป็นเรื่องที่ยากมากในการคำนวณหรือหาวิธีในการหาพื้นที่ผิวของร่างกาย ได้มีนักวิทยาศาสตร์ ชื่อ DuBois ได้ทำการสร้างโมเดลคณิตศาสตร์ สำหรับการคำนวณหาพื้นที่ผิวของร่างกายมนุษย์ไว้แล้วตั้งแต่ปี คศ.1916 โดย DuBois ได้ทำการทดลองและหาความสัมพันธ์จากข้อมูล เพื่อแสดงโมเดลที่มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักและส่วนสูงของมนุษย์ โดยสูตรที่ได้เป็น

 S  =  0.007184(W)0.425 x (H)0.725 
เมื่อ   S   คือ พื้นที่ผิวของร่างกายที่หน่วยเป็นตารางเมตร
        W   คือ น้ำหนักของผู้นั้นมีหน่วยเป็นกิโลกรัม
         H   คือ ส่วนสูงมีหน่วยเป็นเซ็นติเมตร

คราวนี้ลองดูว่า ถ้าคนหนึ่งมีน้ำหนัก 70 กิโลกรัม ส่วนสูง 200 เซ็นติเมตร จะมีพื้นที่ผิวเท่าไร 

 S  =  0.007184(70)0.425 x (200)0.725 

ในการคำนวณกรณีนี้จำเป็นต้องใช้ log โดยการใส่ log ทั้งสองข้าง

 log S  =  log 0.007184 0.425 log 70 0.725 log 200 
 log S  =  -2.1437 0.7841 1.6680
=  0.3084
        S  =  2.03   ตารางเมตร

ที่มา : รศ. ยืน ภู่วรวรรณ, สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

กันยายน 2, 2011

คลายปริศนา น้ำบนดาวเสาร์มาจากไหน

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเฮอร์เชลขององค์การอวกาศยุโรปหรือ ESA  ได้ตรวจพบว่าดวงจันทร์เอนเซลาดัสของดาวเสาร์พ่นน้ำออกมาสู่วงแหวนของดาวเสาร์

 

ภาพไอน้ำพ่นออกมาจากขั้วใต้ของเอนเซลาดัส (จาก ESA)

การค้นพบนี้ได้ตอบคำถามที่ยืนยาวนานถึง 14 ปีว่าน้ำบนดาวเสาร์มาจากไหน หลังจากที่มีการค้นพบว่าบรรยากาศชั้นบนของดาวเสาร์มีน้ำเป็นส่วนประกอบ 
ดวงจันทร์เอนเซลาดัสนับเป็นดวงจันทร์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีอิทธิพลทางเคมีต่อดาวเคราะห์แม่
ดวงจันทร์เอนเซลาดัสพ่นไอน้ำจำนวนประมาณ 250 กิโลกรัมทุกวินาทีออกมาทางขั้วใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีรอยแตกขนาดใหญ่บนพื้นผิวที่นักดาราศาสตร์เรียกกันว่า ”ลายพาดกลอน” ของเอนเซลาดัส ซึ่งเรียกตามลักษณะที่เป็นเส้นหลายเส้นขนานกัน
ไอน้ำที่พ่นออกมาได้ก่อรูปเป็นเมฆไอน้ำขนาดมหึมารูปโดนัทล้อมรอบดาวเสาร์ โดนัทนี้กว้างใหญ่กว่ารัศมีของดาวเสาร์ถึงกว่า 10 เท่า แต่มีความหนาประมาณรัศมีของดาวเสาร์เท่านั้น เอนเซลาดัสโคจรรอบดาวเสาร์โดยอยู่ห่างจากดาวเสาร์ประมาณเท่ากับ 4 เท่าของรัศมีดาวเสาร์เอง พร้อมกับพ่นน้ำเป็นพวยออกมาเติมให้แก่ก้อนเมฆนี้ตลอดเวลา
แม้เมฆรูปโดนัทนี้จะมีขนาดใหญ่โตมหึมา แต่ไม่มีใครเคยตรวจพบก้อนเมฆนี้มาก่อนเลย เนื่องจากไอน้ำโปร่งใสในย่านแสงที่ตามองเห็น แต่มองเห็นได้ในย่านรังสีอินฟราเรดที่กล้องเฮอร์เชลรับรู้ได้
นักดาราศาสตร์พบน้ำในบรรยากาศของดาวเสาร์เป็นครั้งแรกในปี 2540 โดยกล้องไอเอสโอขององค์การอีซา ในครั้งนั้นได้ทำให้นักดาราศาสตร์ต่างงุนงงว่าน้ำนั้นมาจากไหน จนกระทั่งเฮอร์เชลค้นพบเบาะแสคำตอบในครั้งนี้ จากการสร้างแบบจำลองด้วยคอมพิวเตอร์เผยว่าน้ำประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ที่พ่นออกมาจากเอนเซลาดัสจะตกลงสู่ดาวเสาร์ แม้จะเป็นส่วนน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นปริมาณที่มากพอจะอธิบายถึงแหล่งที่มาของน้ำที่พบบนดาวเสาร์ได้ ไอน้ำที่ส่วนที่เหลือบางส่วนจะลอยออกไปในอวกาศ บางส่วนจะคงอยู่ในวงแหวน และบางส่วนก็ตกลงไปบนดวงจันทร์ดวงอื่นด้วย

ที่มา:

 

กรกฎาคม 30, 2011

นักดาราศาสตร์ พบควอซาร์ที่ไกลที่สุดแล้ว

ภาพวาด ULAS J1120+0641

 

นักดาราศาสตร์นานาชาติคณะหนึ่ง ได้พบหลุมดำยักษ์ที่อยู่ไกลจากโลกมากที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบกันมา หลุมดำที่พบนี้อยู่รูปของควอซาร์ที่ส่องสว่างจากแก๊สที่ไหลพรั่งพรูลงสู่หลุมดำ

ควอซาร์นี้มีชื่อว่า ยูลาส เจ 1120+0640 (ULAS J1120+0641) ค้นพบโดยโครงการสำรวจอวกาศห้วงลึกอินฟราเรดยูเคิร์ต (UKIRT Infrared Deep Sky Survey) และจากการเสริมทัพโดยกล้องเจมิไนเหนือที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมานาเคอา ฮาวาย
แสงจากควอซาร์ที่นักดาราศาสตร์พบในครั้งนี้ เริ่มออกเดินทางจากควอซาร์ตั้งแต่เมื่อครั้งที่เอกภพมีอายุเพียง 770 ล้านปี หรือเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ของอายุปัจจุบันเท่านั้น

“เป็นเรื่องเข้าใจได้ยากยิ่งว่า หลุมดำที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์นับพันล้านเท่าขนาดนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่เอกภพยังอายุน้อยมาก ๆ ได้อย่างไร” แดเนียล มอร์ล็อก จากวิทยาลัยอิมพีเรียลกล่าว

อย่างไรก็ตาม นี่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่นักวิทยาศาสตร์จะได้วัดสภาพของแก๊สที่แสงจากควอซาร์ส่องผ่านจนมาถึงตาเราได้ ควอซาร์นี้เป็นวัตถุที่สว่างกว่าวัตถุอื่นที่อยู่ห่างใกล้เคียงกันหลายร้อยเท่า ดังนั้นควอซาร์นี้จึงอาจบอกเราได้ถึงสภาพของเอกภพยุคต้นได้

นักดาราศาสตร์กระหายใคร่รู้สภาพของแก๊สในเอกภพยุคต้นเป็นอย่างมาก เพราะข้อมูลนี้จะบ่งบอกถึงกลไกการกำเนิดดาวฤกษ์และดาราจักรได้ ทฤษฎีกล่าวว่า แก๊สส่วนใหญ่ในเอกภพคือไฮโดรเจน และเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพเป็นไอออน นั่นคือ อิเล็กตรอนเป็นอิสระต่อโปรตอน นั่นคือสภาพในปัจจุบัน แต่เมื่อมองย้อนอดีตกลับไป จะพบกับยุคที่ไฮโดรเจนอยู่ในสภาพเป็นกลาง นั่นคือนิวเคลียสของไฮโดรเจนตรึงอิเล็กตรอนไว้เป็นอะตอมไฮโดรเจนที่สมบูรณ์ สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นก่อนที่ดาวฤกษ์ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้น หรือเมื่อกว่า 12,000 ล้านปีก่อน

การเปลี่ยนจากยุคไฮโดรเจนเป็นกลางมาสู่ยุคไฮโดรเจนไอออน เรียกว่ายุคการแปลงเป็นไอออน ถือเป็นยุคที่สำคัญยุคหนึ่งของประวัติศาสตร์เอกภพ แสงจากควอซาร์ที่พบนี้แสดงถึงเอกลักษณ์ของไฮโดรเจนเป็นกลางอยู่ด้วย นั่นหมายความว่าควอซาร์นี้เกิดขึ้นก่อนยุคการแปลงเป็นไอออน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สามารถพิสูจน์ทฤษฎีที่เสนอขึ้นมาตั้งแต่ปี 2541 ได้

“การได้เข้าไปถึงสสารที่อยู่ในรอยต่อสำคัญในประวัติศาสตร์ของเอกภพเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เรานักเอกภพวิทยาได้เพียรพยายามกันมานานแต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก แต่การสำรวจครั้งนี้พาเราก้าวข้ามกำแพงนั้นมาได้แล้ว” ศาสตราจารย์ สตีฟ วาร์เรน หัวหน้าขณะสำรวจนี้กล่าว
หลังจากการค้นพบครั้งแรก ได้มีการสำรวจควอซาร์นี้เสริมโดยกล้องเจมิไนเหนือที่อยู่ใกล้กับกล้องยูเคิร์ต และผลที่ได้ก็ยืนยันในข้อมูลที่ได้จากกล้องยูเคิร์ต

คณะผู้ค้นพบได้วางแผนที่จะเก็บรายละเอียดของควอซาร์ยูลาส เจ 1120+0641 นี้ต่อไป และยังคาดว่าน่าจะพบควอซาร์ที่อยู่ห่างไกลแต่สว่างไสวแบบนี้อีกราว 100 ดวง

ที่มา:

The Most Distant Quasar: Both Headache And Opportunity – spacedaily.com และ เว็บสมาคมดาราศาสตร์ไทย

กรกฎาคม 20, 2011

ภาพชัดเจนที่สุดของดาวเคระห์น้อย Vesta มาแล้ว

Filed under: Uncategorized — ป้ายกำกับ:, , , , — Mr.Vop @ 13:15

ภาพถ่ายจากยานอวกาศ Dawn  ส่งกลับมาถึงโลกแล้ว

Vesta เป็นดาวเคราะห์น้อยยักษ์ที่โดดเด่นที่สุดในแถบโคจรระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัส หรือบริเวณเข็มขัดดาวเคราะห์น้อยของระบบสุริยะของเรา นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเฝ้ามองรูปร่างบิดเบี้ยวของ Vesta มาเป็นศตวรรษ แต่ในที่สุด ยานอวกาศไร้คนขับ Dawn ก็สามารถส่งภาพถ่ายที่ชัดเจนที่สุดของ Vesta มาให้เราศึกษากัน โดยภาพที่ได้นี้ชัดเจนกว่าที่กล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิ้ลถ่ายได้ในปี 1996

Vesta มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 530 กิโลเมตร และมีแรงโน้มถ่วงของตัวเอง มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ในระบบสุริยะรองจาก
Ceres (แต่ Ceres มีลักษณะเป็นทรงกลม) อย่างไรก็ตาม ยาน Dawn ยังมีกำหนดการเดินทางต่อไป เพื่อเก็บภาพดาวเคราะห์น้อยให้เราชมกัน

กรกฎาคม 14, 2011

ประวัติแผ่นดินไหวขนาดกลาง (มากกว่า 5.0) ในไทยในรอบ 80 ปี

Filed under: Uncategorized — ป้ายกำกับ:, , , — Mr.Vop @ 15:46

รายงานแสดงแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูดมากกว่า 5.0 ตามมาตราริกเตอร์ ที่เกิดในประเทศไทยจากปี 2478 ถึงปัจจุบัน

วัน-เดือน-ปี
สถานที่เกิด
มาตราริกเตอร์
13 พ.ค. พ.ศ. 2478
จ.น่าน
6.5
17 ก.พ. พ.ศ. 2518
อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
5.6
15-22 เม.ย. พ.ศ. 2526
อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
5.3, 5.9, 5.2
11 ก.ย. พ.ศ. 2537
อ.พาน จ.เชียงราย
5.1
9 ธ.ค. พ.ศ. 2538
อ.ร้องกวาง จ.แพร่
5.1
21 ธ.ค. พ.ศ. 2538
อ.พร้าว จ.เชียงราย
5.2
22 ธ.ค. พ.ศ. 2539
พรมแดนไทย-ลาว-พม่า(ใกล้ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย)
5.5

ก. อันตรายจากแผ่นดินไหวขนาดกลาง

กรกฎาคม 7, 2011

กรณีศึกษา การเกิดสึนามิ ที่หมู่เกาะเคอร์มาเดคเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 54

Filed under: Uncategorized — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 08:18

PTWC แจ้งเตือนการเกิดแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 7.8  ในเบื้องต้น และมีการปรับลดแมกนิจูดลงมา เหลือ 7.6 ในตอนหลัง (USGS) หรือ 7.4 ตามข้อมูลของกรมอุตุไทย ที่หมู่เกาะเคอร์มาเดค ในแปซิฟิคใต้เมื่อเวลา 02:03 วันที่ 7 ก.ค. 54 ตามเวลาในประเทศไทย  หลังจากนั้นยังเกิด After Shock อีกหลายครั้ง ตำแหน่งที่เกิดเหตุ ตามแผนที่ด้านล่างนี้

ภาพตำแหน่งการเกิดแผ่นดินไหวที่ก่อคลื่นสึนามิเมื่อ 02:03 เวลาไทย

ในเวลานั้น ทุ่นเตือนสึนามิประเภท DART ของ NDBC  บริเวณนั้น ทำงานเป็นปกติเพียง 1  ตัวคือ 54401 แต่ทุ่นอีกสองตัวคือ  51425 และ 51426 ไม่ทำงาน

ตำแหน่งทุ่นทั้ง 4 ลูก ที่แจ้งการเกิดคลื่น คือ 54401 ทางเหนือและ 55013,55015,55042 ทางใต้

 

กราฟความเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลในระดับวินาทีของ 54401 ในช่วงเกิดเหตุเป็นดังนี้

 

กราฟความเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลในระดับวินาทีของ 55042 ในช่วงเกิดเหตุเป็นดังนี้

เราจะเห็นกราฟที่แสดงระดับน้ำขึ้นน้ำลงตามปกติทุกวันๆละสองครั้งเป็นสีน้ำเงิน แต่เมื่อเกิดสึนามิ ระดับน้ำทะเลจะเปลี่ยนแปลงกระทันกันในระดับวินาที (สีแดง) และนาที (สีเขียว) จากภาพจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ณ เวลา 19:0X ตามเวลา GMT หรือ 02:0X ตามเวลาไทย

แต่ในสองชั่วโมงถัดมา ตำเตือนสึนามิได้ถูกยกเลิก เนื่องจากทุ่นสึนามิในบริเวณถัดมาหลายลูก เช่น 55012 หรือ 52406 ตรวจไม่พบคลื่น

ภาพจากทุ่น 52406 ไม่พบคลื่น

โดยอนุมานเวลาเดินทางของคลื่น (หากเกิดขึ้น) ตามด้านล่างนี้

ภาพแสดงเวลาเดินทางของคลื่น จุดสีแดงเหลืองในภาพ คือทุ่นเตือนสึนามิในตำแนห่งต่างๆ

การเตือนสึนามิได้ถูกยกเลิกไปในเวลา 02:59 ตามเวลาไทย โดยประกาศจาก PTWC ตามลิงค์นี้ กด

แต่สิ่งที่เราฉงน และต้องนำมาศึกษาต่อไปคือ คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้น มันหายไปไหน อาจเกิดจากสภาพของท้องทะเลในบริเวณนั้น หรือขนาด หรือการหักล้าง เป็นโจทย์ให้คิดกันต่อไป

เรื่องที่เก่ากว่า

Theme: Shocking Blue Green. บลอกที่ WordPress.com .

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,816 other followers