Mr.Vop's Blog

มีนาคม 21, 2010

21 มีนาคม – วันเกิดโจฮันน์ เซบัสเตียน บาค – วันกวีนิพนธ์สากล

Filed under: อะไร อะไร — ป้ายกำกับ:, — Mr.Vop @ 10:47

โจฮันน์  เซบัสเตียน  บาค เกิดเมื่อวันที่  21  มีนาคม  พ.ศ.  2228  ณ  เมืองไอเซนาค  ประเทศเยอรมัน  เป็นบุตรของ  Johann  Ambrosius  Bach  นักไวโอลินฝีมือดีแห่งเมืองไอเซนาค  แม่ชื่อ  Elisabeth  Lammerhirt  Bach  ตระกูลบาคเป็นตระกูลใหญ่และเก่าแก่มาก  ดำเนินอาชีพทางดนตรีสืบต่อกันมาเป็นเวลานานกว่าสอง ศตวรรษ  “โจฮันน์เซบัสเตียน บาค  เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในตระกูลนี้ ถ้าพูดถึง 3  B ผู้ยิ่งใหญ่แล้ว หมายถึงบาคร่วมอยู่ด้วย

บาคได้รับการศึกษาในชั้นต้นจากโรงเรียนประจำท้องถิ่น  และขณะเดียวกันก็ได้เรียนไวโอลินและวิโอลา  กับพ่อของเขาไปด้วย เมื่อบาคอายุได้ 9 ขวบ  แม่ของเขาก็ถึงแก่กรรม  ทำความเศร้าโศกให้แก่เขาเป็นอย่างมาก  แม่ถึงแก่กรรมไม่นานนัก  พ่อของเขาก็แต่งงานใหม่  และต่อมาไม่ถึงปีก็ต้องสูญเสียพ่ออันเป็นที่รักยิ่งของเขาไปอีก  เขามีอายุเพียง  10 ขวบ เท่านั้นต้องกำพร้าทั้งพ่อและแม่ไม่ทราบจะไปพึ่งใคร  จึงไปขออาศยอยู่กับพี่ชายคนโตชื่อ  โจฮันน์ คริสโตฟ  ซึ่งขณะนั้นทำงานเป็นนักออร์แกนประจำอยู่ที่โบสถ์เซนต์ไมเคิล(St. Michael)  ในเมืองโอร์ดรูฟ(Ohrdruf)  ซึ่งอยู่ห่างจกเมืองไอเซนาคประมาณ 30 ไมล์  พี่ชายได้อุปการะให้เรียนต่อที่โรงเรียนในท้องถิ่นนั้น  บาครู้สึกว่าตนมีโอกาสดีอย่างยิ่งเพราะที่บ้านของพี่ชายมีเครื่องดนตรีเกือบทุกชนิด  เขาได้ขอให้พี่ชายสอนคลาเวียร์ให้เป็นครั้งแรก  และต่อมาก็ได้เรียนออร์แกน

บาคเรียนดนตรีทั้งสองได้รวดเร็วจนเกือบจะทัดเทียมพี่ชาย  บางครั้งทำให้พี่ชายอิจฉาในความเป็นอัจฉริยะของเขา  แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดแจ้ง  เพราะกลัวน้องชายจะเก่งเกินหน้า  จึงกีดกันเสมอๆ โดยห้ามไม่ให้น้องชายเอาโน้ตเพลงสำหรับออร์แกนของนักดนตรีชั้นเยี่ยมของเยอรมันที่เขาจะเก็บสะสมเอาไว้ไปดู  ได้เก็บโน้ตเหล่านั้นใส่ตู้ใส่กุญแจอย่างแน่นหนา  ด้วยเหตุผลที่บาคมีความปราถนาอย่างแรงกล้าที่จะเล่นออร์แกนจากโน้ตชิ้นเยี่ยมๆ เหล่านั้นให้ได้  เขาพยายามหาโอกาสแอบเอาโน้ตที่พี่ชายซ่อนเอาไว้ออกมาคัดลอกไว้ที่ละน้อย  ในตอนกลางคืนเดือนหงาย  เพราะเขาไม่มีตะเกียงหรือแม้แต่เทียนไขสักเล่มเดียว  บาคพยายามลอกโน้ตเพลงเหล่านั้นอยู่นานถึง  6  เดือน จึงสำเร็จ  นับว่าเขามีความอุตสาหะอย่างยอดเยี่ยมจริงๆ  วันหนึ่งพี่ชายของเขาได้เข้ามาพบในขณะที่เขากำลังเล่นคลาเวียร์  จากโน้ตที่เขาลอกไว้อย่างเพลิดเพลิน  พี่ชายเขาโกรธมาก   จึงคว้าเอาโน้ตเพลงทั้งหมดที่เขาพยายามลอกถึง 6 เดือนโยนเข้าเตาไปอย่างไม่ปราณี  บาคนั่งมองด้วยความขมขื่นและเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากเล่นดนตรีได้เก่งแล้วบาคยังสามารถร้องเพลงได้ไพเราะมากจนพวกเด็กๆนักร้องรุ่นเดียวกันสู้ไม่ได้  เมื่อบาคอายุได้ 15 ปี  ฐานะทางครอบครัวของพี่ชายขาดแคลนถึงขั้นทรุดนัก  จึงกระทบกระเทือนถึงการเล่าเรียนของบาคประจวบกับในเวลานั้น มีครูสอนดนตรีคนหนึ่งมาจากโบสถ์เซนต์ไมเคิล  แห่งเมือง Luneburg  มาพบบาคเข้าและเห็นว่าเป็นเด็กที่มีน้ำเสียงไพเราะและมีแววในทางดนตรีอยู่มาก  จึงชักชวนบาคเป็นนักร้องหมู่ประจำโบสถ์เซนต์ไมเคิล  บาคจึงตัดสินในไปเผชิญชีวิตด้วยตนเอง

บาคได้เดินทางติดตามครูดนตรีไปยังเมือง  Luneburg  ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโอร์ดรูฟขึ้นไปทางเหนือประมาณ   200  ไมล์  และได้เป็นนักรองประจำโบสถ์เซนต์ไมเคิลในปี พ.ศ. 2244  บาคอายุได้  16 ปี  เสียงที่เคยแหลมและไพเราะกลายเป็นเสียงแตกห้าว  ร้องเพลงไม่ได้  จึงทำหน้าที่เป็นนักไวโอลินและวิโอลาแทนการขับร้อง  ขณะที่บาคประจำอยู่ที่โบสถ์เซนต์ไมเคิลนี้  เขาได้เทคนิคการเล่นออร์แกนและหัดแต่งเพลงไปด้วย  เขาอยู่ที่นี่ 3 ปี  มีโอกาสดูตัวอย่างการเล่นออร์แกนของ  Georg  Bohm  นักแต่งเพลงและนักออร์แกนชั้นเยี่ยมแห่งโบสถ์เซนต์จอห์น(St.John)  ครั้งหนึ่งในปีเดียวกันนี้  บาคได้ทราบข่าวว่าที่เมืองแฮมเบอร์ก  มีนักออร์แกนที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งชื่อ  แจน  อดัมส์  ไรน์แคน  ซึ่งขณะนั้นอายุ 78 ปี  กำลังเปิดการแสดงการเล่นออร์แกนอยู่บาคตั้งใจจะไปฟังให้ได้  พอถึงวันหยุดเรียนเขาจึงเดินทางไปยังเมืองแฮมเบอร์กซึ่งอยู่ไกลถึง  30  ไมล์  เมื่อได้เห็นและได้ฟังการเล่นออร์แกนของนักดนตรีผู้เฒ่าแล้ว  มีความพอใจเป็นอย่างยิ่ง  เขาได้เดินทางไปฟังอีกหลายครั้ง  แต่ละครั้งเดินทางโดยเท้าทั้งสิ้น

เมื่อบาคอายุได้  18  ปี้  เขาได้ลาออกจากโบสถ์เซนต์ไมเคิล  แล้วเดินทางไปเมืองไวมาร์  เพื่อสมัครเป็นนักไวโอลินและออร์แกนประจำวงดนตรีของดยุค Johann  Ernst  ทำงานอยู่ที่เมืองนี้ไม่นานก็ได้ลาออกเกดินทางไปยังเมืองอาร์น สตัดท์  ที่เมืองนี้มีโบสถ์สร้างเสร็จใหม่ๆ  ชื่อเซนต์โบนิเฟซ (St.  Boniface)  กำลังต้องการนักออร์แกนอยู่  บาคจึงสมัครเป็นนักออร์แกนประจำโบสถ์  ขณะที่ทำงานอยู่ทีโบสถ์แห่งนี้ บาคได้แต่งเพลงสำเร็จเพลงหนึ่งได้แก่เพลง  Easter  Cantata  ต่อมาในปี  พ.ศ. 2248  เขาได้รู้จักกับหญิงสาวสวยตระกูลเดียวกัน  คนหนึ่งชื่อมาเรีย  บาร์บารา (Maria  Barbara)  ได้สนิทสนมรักใคร่กันถึงกับตกลงว่าจะแต่งงานกัน ปีต่อมานักออร์แกนประจำโบสถ์เซนต์แบสีอุส( St.  Blasius)  แห่ง เมืองมึลเฮาเซนได้ว่างลงเนื่องจากนักออร์แกนคนเก่าถึงแก่กรรมบาคได้ทราบข่าว นี้จึงคิดจะไปอยู่ที่นั่นเพราะบาคเคยมีเรื่องถูกตำหนิจากผู้บังคับบัญชา  เนื่องจากลาหยุดงานไปฟังการเล่นออร์แกนของนักออร์แกนที่เชี่ยวชาญคนหนึ่ง แห่งเมืองลือเบค  มีกำหนดลา  1  เดือน  แต่บาคมัวเพลิดเพลินกับการฟังเกือบ  4  เดือน

ในที่สุดบาคก็ได้ลาออกจากที่ทำงานเดินทางไปทำงานในตำแหน่งนักออร์แกนประจำโบสถ์เซนต์แบลสิอุส และได้แต่งงานกับมาเรีย  บาร์บารา ในปี พ.ศ.  2250  ซึ่งขณะนั้นบาคมีอายุ 22 ปี  เจ้าสายของเขาอายุ 23 ปี   ทำงานอยู่ที่โบสถ์เซนต์แบลซิอุสได้เพียงปีเดียวก็ลาออก  แล้วย้ายไปอยู่ที่เมืองไวร์มาอีกครั้งหนึ่ง  คราวนี้เขาได้รับตำแหน่งนักออร์แกนประจำวงดนตรีของดยุค  Wilhelm  Ernst  ในตอนนี้บาคมีชื่อเสียงในการเล่นออร์แกนโด่งดังมาก   ปีต่อมาบาคมีลูกคนแรกเป็นหญิง  หลังจากได้ลูกสาวคนแรกแล้วเขาได้แต่งเพลงออร์แกนขึ้นอีกหลายเพลง  ปี พ.ศ. 2253  มีลูกคนที่ 2 เป็นชาย  บาคได้เดินทางไปยังเมืองต่างๆ เสมอ  เพื่อไปติดตั้งออร์แกนใหม่ให้กับโบสถ์ประจำเมืองนั้นๆ  ปี พ.ศ. 2257  บาคมีบุตรคนที่  3 เป็นชาย ชื่อ  คาร์ล  ฟิลิปป์  เอมานูเอล  และใน ปีพ.ศ. 2259 บาคมีบุตรคนที่ 4  และในปีนี้ได้แต่งเพลง  Cantata  ขึ้นเพลงหนึ่งชื่อ  Was  mir  behagt

บาคทำงานอยู่ที่เมืองไวร์มาเป็นเวลานานถึง 9 ปี  เริ่มตั้งแต่เล่นออร์แกนจนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าวงดนตรี  ต่อมาไม่นาน  ตำแหน่งผู้อำนวยการดนตรีก็ว่างลงเนื่องจากคนเก่าถึงแก่กรรม  บาคก็หวังจะได้ตำแหน่งนี้  แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้  เมื่อเขาผิดหวังเขาก็ตกลงใจที่จะไปเป็นผู้อำนวยการแก่ราชสำนักของเจ้าชายเลโอโปลด์ (Leopold)  ตามที่ได้ทาบทามมา

ที่ราชสำนักของเจ้าชายเลโอโปลด์บาคควบคุมวงดนตรี  ซึ่งมีนักดนตรีทั้งหมด 18 คน  ขณะที่ประจำอยู่ที่นี่เขาได้แต่งเพลง Cantata  ขึ้นหลายเพลง  ในปี พ.ศ. 2262  บาคได้เดินทางไปอังกฤษ  เยอรมันนีและแวะไปเยี่ยมบ้านเกิดของตนเองที่เมืองไอร์ซนาค  ในระยะนี้ได้แต่งเพลงสำหรับคลาเวียร์และแชมเบอร์มิวสิคหลายเพลง

ในปี พ.ศ. 2263  บาคได้ติดตามเจ้าชายเลโอโปลด์ไปยังเมืองคาร์ลสบาค  เมื่อเดินทางกลับถึงเมืองคูเธน  ก็ได้ทราบข่าวร้ายภรรยาของตนได้ถึงแก่กรรมเสียแล้ว บาคเสียใจมาก  เขาต้องประสบกับความยุ่งยากและลำบากอย่างยิ่ง  เพราะต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกต่อไปแต่เพียงผู้เดียว  ชีวิตของเขาต้องระเหเร่ร่อนไปเรื่อยๆ  ที่ไหนถูกใจก็อยู่ได้นาน  ที่ไหนไม่ถูกใจก็เดินทางต่อไป  ขณะที่เขาอยู่กับเจ้าชายเลโอโปลด์เขารู้สึกสะดวกสบายกว่าแห่งอื่น  บาคได้สอนดนตรีให้แก่เจ้าชายทุกอย่างตามที่ต้องการ  เจ้าชายจึงรักใคร่นับถือเป็นพิเศษ  อย่างไรก็ตาม  บาคก็อยู่กับเจ้าชายได้ไม่นานนัก  เนื่องจากชายาของพระองค์ไม่ชอบดนตรี  แสดงความไม่พอใจบาค  บาคจึงหางานใหม่ เขาได้ติดต่อไปยังโบสถ์เซนต์จาคอป(St. Jacob)  ที่เมืองแฮมเบอร์ก  เพื่อที่จะสมัครเป็นนักออร์แกนแต่ก็ผิดหวัง เขาจึงจำใจอยู่กับเจ้าชายต่อไป  ปีต่อมาเขาได้แต่งเพลง Concerto  สำเร็จ 6 เพลง  มีชื่อว่า  “Brandenburg  Concerto”   นอจากนั้นมีเพลง  Suites,  Sonata  หลายเพลง  เพลงสำหรับคลาเวียร์อีกหลายเพลง  นอกจากแต่งเพลงแล้วบาคยังได้เขียนหนังสือแนวทางสำหรับการเรียนดนตรีไว้ 2 เรื่องมี  Inventions   และ    The  Little  Note  book  of  Anna  Magdalena  สำหรับให้ลูก ๆ ได้ศึกษาดนตรี ทั้งภาคทฤษฎีและแบบฝึกหัดต่างๆ

หลังจากภรรยาตายไปประมาณ 1 ปี  เขาก็พบกับรักใหม่กับแอนนา  แมกดาเลนา  วิลเคน  และได้แต่งงานกันในเดือนธันวาคม  พ.ศ. 2264  ซึ่งขณะน้นเจ้าสาวของเขาอายุเพียง 20 ปี และตัวเขาเองอายุ 36 ปี  บาคได้สอนแอนนาเล่นคลาเวียร์จนกระทั่งสามารถเล่นได้เป็นอย่างดี  นอกจากเล่นคลาเวียร์แล้วยังสามารถร้องเพลงได้อีกด้วยแอนนาช่วยเหลือบาคได้อีกด้วย  แอนนาช่วยเหลือบาคได้มาก เช่นช่วยลอกโน้ตเพลงที่แต่งไว้ได้อย่างเรียบร้อย

ในปี พ.ศ. 2265  หัวหน้านักร้องประจำโบสถ์เซนต์ โธมัส (St.Thomas)  ได้ถึงแก่กรรมตำแหน่งจึงว่างลง มีนักดนตรีที่มีชื่อเสียงไปสมัครหลายคน  บาคก็ได้สมัครด้วย ในระหว่างที่บาคเดินทางไปสมัคร  เขาได้เปิดการแสดงเพลงแคนตาตาที่เขาแต่งเองอีกด้วย  จากนั้นก็กลับเมืองคเธนอีก  เพื่อจะฟังผลการสมัครงานในไม่ช้าคณะกรรมการก็ตัดสิน ให้บาคเข้ารับตำแน่งดังกล่าว   เมื่อบาคทราบข่าวก็ได้ลาออกจากสำนักของเจ้าชายเลโอโปลด์เดินทางไปยังเมืองไลพ์ซิก เพื่อรับตำแหน่งดังกล่าว

ในปี พ.ศ. 2283  นัยตาของบาคเริ่มพร่ามัวลง  บาครู้สึกลำบากใจเกี่ยวกับสายตาอยู่มาก  อย่างไรก็ตามบาคก็ได้อุตสาห์แต่งเพลงต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้งและต่อมาในปี พ.ศ. 2290  เขาได้เดินทางร่วมกับวิลเฮล์ม  ฟรายด์มันด์  ลูกชายคนโตเพื่อไปร่วมในพิธีแต่งงานของ คาร์ล  ฟิลิปป์  เอมานูเอล  ลูกชายคนที่ 2 ซึ่งกำลังมีชื่อเสียงอยู่ในสำนักของพระเจ้าเฟรเดริคมหาราชดังกล่าวแล้ว  พระเจ้าเฟเดริคมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ที่สนพระทัยดนตรี  พระองค์ทรงโปรดขลุ่ย(Flute)  มากที่สุดวันหนึ่งขณะที่พระองค์กำลังทรงขลุ่ยร่วมกับนักดนตรีของพระองค์  ได้ทราบข่าวว่าบาคได้เดินทางมาเยี่ยมบุตรชาย พระองค์ทรงตื่นเต้นและออกมาต้อนรับด้วยพระองค์เอง

หลังจากเสร็จธุระที่ปอตสดัมแล้ว    บาคก็เดินทางกลับเมืองไลพ์ซิก  เขาได้เริ่มแต่งเพลงอีกเพลงหนึ่งตามแนวของพระเจ้าเฟเดริคมหาราชคือเพลง  “Musikalisches  Opfer”  เมื่อแต่งเสร็จก็ส่งไปถวายพระเจ้าเฟเดริคมหาราช

ปี พ.ศ. 2291  บาคได้เริ่มแต่งเพลง  ใหม่อีกเพลง คือ “Die  Kunst  der  Fugue”   หลังจากนั้นสุขภาพก็เสื่อมโทรมลงมาก  ตาที่เคยพร่ามัวอยู่แล้วก็เริ่มบอดไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อีก  เขากลายเป็นคนพิการ  โบสถ์เซนต์โธมัสก็ปลดเขาออกจากงาน  บาคได้รับการทรมานจากการเจ็บปวดลูกนัยน์ตาจนซูบผอม  อาการป่วยก็ทรุดหนักลงเรื่อยๆ แม้เขากำลังเจ็บป่วยอยู่ก็ตาม  เขาก็ยังเป็นห่วงงานในด้านเพลงที่เขาแต่งค้างไว้  จึงได้พยายามที่จะแต่งต่อให้เสร็จ  เขาพยายามแต่งต่อโดยวิธีให้คนอื่นจดโน้ตเพลงตามคำบอก  เขาแต่งโดยวิธีนี้ต่อไปจนจบ  2 เพลง  คือ เพลง When  We  are  in  Deepest  Need  และเพลง  Before  Toy  Throne  I  come

บาคได้ให้หมอผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษทำการผ่าตัดลูกตาหลายหน  แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ  กลับบอดสนิทยิ่งขึ้น  หลังจากได้ทำการผ่าตัดลูกตาไม่กี่วัน  อาการป่วยของบาคก็เพียบหนักลงทุกทีจนกระทั่งค่ำวันที่ 28  กรกฎาคม พ.ศ. 2293  รวมอายุได้ 65 ปี  บาคก็สิ้นใจท่ามกลางความอาลัยของบรรดาลูกๆ  ซึ่งมีทั้งหมดถึง 20 คน (เกิดจากภรรยาเก่า 7 คน ภรรยาใหม่ 13 คน)  ภรรยา  ลูกศิษย์และมิตรสหายทั้งหลาย  ศพของเขาได้ทำพิธีฝังไว้ใกล้ๆ กับโบสถ์เซนต์จอห์น  ณ  เมืองไลพ์ซิก

ต่อไปนี้เป็นผลงานบางส่วนของ Johann Sebastian Bach ที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง โดยมี BWV หรือ Bach-Werke- Verzeichnis (หมายเลขงานของบาค) เป็นหลัก

1.Cantata (เสียงร้องที่มีเพลงมาประกอบ) BWV 1-224
ที่ดังสุด ๆ คือ หมายเลข 147 ชื่อว่า Jesus Joy of men’s desiring เหมาะสำหรับเพลงในช่วงคริสตมาสอย่างมาก

2. Passion (เพลงเล่าเรื่องตอนที่พระเยซูกำลังจะถูกตรึงกางเขน) ที่โด่ง ดังคือ BWV 244 St. Matthew Passion และ BWV 245 St. John Passion

3.Chorales (เพลงสวดในโบสถ์) BWV 250-438

4. Preludes and Fugues, Toccatas and Fugues, and Fantasies for organ BWV 531–591

5.Well-Tempered Clavier BWV 846-893

6. Goldberg Variation BWV 988

7. Violin Concerto BWV 1041-1045

8. Brandenburg Concerto BWV 1046-10451

9.Air on a G string จาก Orchestra suite no.3 BWV 1069

10.Note book for Anna Magdalena Bach Minuet in G (BWV ahn 114)

ขอบคุณ http://www.sema.go.th

The Shocking Blue Green Theme. Create a free website or blog at WordPress.com.

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 29,151 other followers