Mr.Vop's Blog

กุมภาพันธ์ 1, 2011

ภูเขาไฟชินโมเอดาเกะปะทุหนัก กระจกหน้าต่างบ้าน-โรงแรมห่าง 8 กม.แตกกระจาย

ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ต้องอพยพผู้คนร่วม 1,000 ราย หนีการปะทุหนักของภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของแนวเทือกเขาคิริชิมาลูกนี้ และกันระยะห้ามเข้าไว้ที่อาณาเขตห่าง 4,662 ฟุต (1,421 เมตร) เพื่อป้องกันอันตรายจากความร้อนและเถ้ารวมทั้งแรงดันจากการปะทุของปล่องชินโมเอดาเกะ

NHK รายงานว่าไม่มีผู้บาดเจ็บจากการปะทุในครั้งนี้ มีเพียงหญิงสาวนางหนึ่งที่กระจกบาดเนื่องจากการพ่นก้อนหินและเถ้าถ่านไปไกลกว่า 8 กิโลเมตร ส่งผลให้หน้าต่างบ้านและโรงแรมบริเวณนั้นแตกเสียหายหลายร้อยบาน

มกราคม 16, 2011

แสงเหนือที่สวยงาม ณ นอร์เวย์ ผลของ CME จากดวงอาทิตย์ที่เราติดตามมา 3 วัน

ภาพแสงเหนืออันสวยงามปรกฏขึ้นบริเวณ Kvaløy ประเทศนอร์เวย์ “ออโรราที่สว่างไสวคงจะเกิดทุกคืน นานอีกหลายวัน ” Fredrik Broms ช่างภาพชาวนอร์เวย์ผู้ถ่ายภาพนี้บรรยายถึงความสวยงามที่่ได้เห็น “เริ่มตั้งแตหัวค่ำไปจนเกือบรุ่งสางเชียงล่ะ “

แสงเหนือนี้คือผลของการระเบิดในบรรยากาศชั้นบนหรือ CME  จากดวงอาทิตย์ มากถึง 2 ครั้งติดต่อกัน ตามที่เราเฝ้าสังเกตกัน ตลอด 3 วันทีผ่านมา และนี่คือผลลัพธ์ทั้งหมดของ CME

ไม่ปรากฏมีภัยแผ่นดินไหวใดๆที่เกี่ยวโยงกันอย่างที่มักมีคนชอบทำให้เข้าใจผิดในระยะนี้ จากการคำนวนการเดินทางของลมสุริยะ คาบของ CME ได้มาถึงเราแล้ว และหมดผลกระทบเพียงเท่านี้  ฉะนั้น หากมีแผ่นดินไหวอื่นใดเกิดหลังจากนี้ ก็อย่านำไปเกี่ยวโยงกับเรื่องนี้อีก

 

ผลการติดตามการระเบิดในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ วันที่ 3

Filed under: ดาราศาสตร์, ภัยพิบัติ — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 10:51

จากรายงานการเกิด CME หรือการระเบิดในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ของดวงอาทิตย์ตั้งแต่สองวันที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ 16 ม.ค. 54 คำนวนจากความเร็วลมสุริยะ ผลกระทบน่าจะมาถึงโลกแล้ว

จากกราฟของยาน GOES-11  และ GOES-13 ทั้งสองลำ ปริมาณรังสีเอ๊กซ์ที่ตรวจวัดได้ในวันที่สาม เริ่มเข้าสู่สภาพปติ ไม่พบการกระเพื่อมรุนแรงใดๆ

และจากการที่มีผู้พยายาม “โยง” ผลของ CME กับแผ่นดินไหว ขณะนี้ 12:07 เวลาไทย ของวันที่ 16 มกราคม 54 ยังไม่พบแผ่นดินไหวเกิน 5 ริกเตอร์เลยซักครั้ง ออกจะน้อยผิดปกติด้วยซ้ำไป  ส่วนเวื่อวานและวานซืน คือวันที่ 14-15 มกราคม 54 มีรายงานแผ่นดินไหวมากกว่า 5 ริกเตอร์เกิดอยู่่ตามที่เห็น ซึ่งเป็นเรื่อง “ปกติ” ที่เกิดทุกวันอยู่แล้ว

ตามผลการสังเกตการณ์นี้ ในเบื้องต้นยังไม่พบความสำพันธ์ใดๆระหว่าง CME กับแผ่นดินไหวเลย

ส่วนเรื่องอากาศแปรปรวนนั้น เช่น น้ำท่วมออสเตรเลีย ศรีลังกา บราซิล ทั้งหมดล้วนเกิดมาก่อนวันนี้ ซึ่งเป็นกำหนดการที่ลมสุริยะจะมาถึง จึงถือว่า ไม่เกี่ยวกับ  CME เช่นกัน

มกราคม 15, 2011

เกิดระเบิดในบรรยากาศดวงอาทิตย์ติดๆกันเป็นวันที่สอง

Filed under: Uncategorized — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 02:02

จากข่าวการระเบิดในชั้นบรรยากาศด้านบนของดวงอาทิตย์ (CME) วันที่ 13 ที่ผ่านมา และมีการติดตามผลในบล็อกนี้แล้วนั้น ต่อมาเมื่อ 13:06 ตามเวลาไทยวานนี้ (14 มกราคม 54) ได้เกิดระเบิดซ้ำอีกรอบในจุดใกล้เคียงกัน (คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูภาพเคลื่อนไหว)

จากกราฟที่ส่งมาจากยานสังเกตุการณ์ GOES ซึ่งมีหน้าที่หลักในการตรวจจับรังสีเอ๊กซ์ เราได้พบว่าในช่วงเวลาของวันที่ 14 (UTC) นั้นมี Peak อยู่ 2 ยอดและมีการสั่นไหวของรังสีเอ๊กซ์ค่อนข้างมาก

ส่วนกราฟแสดงระดับโปรตรอน อิเล็คตรอน สนามแม่เหล็ก (GOES Hp) และค่าเฉลี่ยความสั่นสะเทือนต่อเกราะแม่เหล็กโลก (Kp) มีสภาพปกติตลอด

ผลของ CME จะมาถึงโลกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เราจะพิสูจน์ว่า สุดท้ายก็แค่ทำให้เกิด “แสงเหนือ” หรือสามารถทำให้เกิดเหตุอย่างอื่นกับโลกตามที่มีคนนำมาพูดกันมากในชวงนี้หรือไม่

 

ในเวลา 17:30 วันที่ 15 มกราคม 54 ตามเวลาไทย ระดับรังสีเอ๊กซ์เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ นอกจากจุด Peak สองจุดในภาพแล้ว (อาจสำพันธ์กับการระเบิดสองครั้ง) ไม่มีระดับรังสีเอ๊กซ์ที่เป็นนัยสำคัญอื่นอีก ที่เหลือก็แค่รอผลที่เกิดกับโลกเท่านั้น

มกราคม 14, 2011

เกิดระเบิดในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ เย็นวานนี้ (13 ม.ค.

เกิดการระเบิดและลุกวาบขึ้นของชั้นบรรยากาศด้านบนของดวงอาทิตย์ฝั่งตรงข้ามกับโลกของเราเย็นวานนี้ (13 มกราคม 2554) การระเบิดลุกวาบนี้เรียกว่า CME (Coronal Mass Ejection) โดยการสังเกตการณ์จากยานอวกาศ SOHO ของ NASA

จากกล้องของ SOHO เราจะเห็นวงกลมสีทึบ นั่นคือแผ่นจานโลหะที่ใช้บังแสง เงาดำด้านขวาบนคือแขนของยานอวกาศ ด้านซ้ายของวงกลมคือเปลวพลาสมาพลังสูงที่ระเบิดออกจากชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ เปลวนี้มีความร้อนสูงมาก ด้านล่างซ้ายจะมีดาวอังคารปรากฏให้เห็น หากเราคลิ๊กที่ภาพ จะเห็นความเคลื่อนไหวด้วย

ปฏิกริยาตามหลังของปรากฏการณ์นี้ จะมาถึงโลกในเวลาเท่ากับความเร็วของลมสุริยะเวลานั้น โลกเราอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 150 ล้านกิโลเมตร (1 AU) หากความเร็วลมสุริยะขณะนั้นเป็น 500 กม/วินาที ปรากฏการณ์นี้จะส่งผลถึงโลกในเวลา (150,000,000/500)/86,400 = 3.4 วัน

มาสังเกตด้วยกันว่าหากเกิด CME แบบนี้  ในวันที่ 16 มกราคม โลกจะรับผลแบบไหน (ปฏิ กริยานี้เคบเกิดมาแล้วหลายครั้งในรอบศตวรรษที่ผ่านมา) สามารถนำมาโยงเข้ากับภัยพิบัติในโลกได้ หรือเป็นเพียงปรากฏการณ์ปกติของดวงอาทิตย์ เราจะรู้ด้วยกัน


ระดับของปริมาณรังสี X วัดได้จากยานอวกาศ GOES กำลังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆในช่วงเช้าของวันที่ 14  ม.ค. 54 (ที่มา http://solarcycle24.com/xray.htm)

 

ระดับของปริมาณรังสี X วัดได้จากยานอวกาศ GOES สามชั่วโมงต่อมา (ถัดจากรูปบน) จะเห็นการลดระดับลงสู่สภาพปกติ

จากที่คาดว่า ระดับของรังสี X จะเกลับเข้าสู่ปกตินั้นผิดคาด เพราะระยะเวลาต่อมาอีก 9 ชั่วโมงนับจากเวลาที่ปรากฏในรูปที่สอง ระดับของรังสี X มีอาการสวิงขึ้นลงอย่างค่อนข้างผิดปกติ (ล่าสุดจากกราฟจะเห็นระดับ Peak ในเส้นสีแดงนั้นขึ้นถึงระดับ C1

 

ธันวาคม 6, 2010

6 ธ.ค. ความล้มเหลวในการปล่อยดาวเทียมดวงแรกของอเมริกา

โครงการแวนการ์ด (Project Vanguard) เป็นโครงการของ “หน่วยวิจัยกองทัพเรืออเมริกา” (United States Naval Research Laboratory (NRL)) ที่มีแผนจะปล่อยดาวเทียมดวงแรกของประเทศอเมริกาโดยใช้จรวดแวนการ์ด เนื่องจากการล้ำหน้าของสหภาพโซเวียตที่ปล่อยดาวเทียม Sputnik 1 เมื่อ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1957 ทำให้อเมริกาต้องรื้อฟื้นโครงการ Explorer ที่ถูกยกเลิกไป ก่อนที่โครงการทั้ง 2 ของอเมริกาจะเสร็จสิ้น โซเวียตได้ล้ำหน้าไปอีกด้วยการปล่อยดาวเทียมดวงที่ 2 คือ Sputnik 2 เมื่อ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1957

ภาพการระเบิดของจรวด

การปล่อยจรวด Vanguard TV3 เมื่อ 6 ธันวาคม ค.ศ. 1957 ที่มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ แต่จรวดกลับพุ่งขึ้นจากแท่นยิงได้เพียง 4 ฟุต (1.2 เมตร) หรือเพียง 2 วินาที ก็ตกลงมา และระเบิด โชคดีที่ดาวเทียมที่อยู่ส่วนบนเสียหายไม่มาก ยังคงซ่อมแซมได้

สุดท้ายเมื่อ 17 มีนาคม ค.ศ. 1958 ดาวเทียม Vanguard 1 ได้กลายเป็นดาวเทียมดวงที่ 2 ของประเทศอเมริกา ส่วนดวงแรกก็คือ Explorer 1 ที่ปล่อยเมื่อ 31 มกราคม ค.ศ. 1958

เมษายน 25, 2010

ปืน M79

Filed under: อาวุธ — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 11:32

M79 เป็นปืนยิงลูกระเบิด มีน้ำหนักเบา ให้อำนาจการยิงสูง มีความแม่นยำสูง มีระยะยิง ไกลสุด 350 เมตร ยิงได้ช้า คือทำการยิงได้ราว 6 นัดต่อนาที

M79 เป็นชื่อเรียกตัวปืนเท่านั้น ไม่ใช่ชื่อกระสุน

มีการผลิตกระสุนหรือระเบิดขนาด 40 มม. หลายชนิดให้เลือกใช้กับ M79  ซึ่งลักษณะการใช้งานจะต่างกันออกไป ทั้งระเบิดสังหารบุคคล แก้สน้ำตาปราบจราจล หรือกระสุนควันชี้เป้าสำหรับการโจมตีทางอากาศหรือเป้าปืนใหญ่ ชนิดกระสุนจะมีชื่อขึ้นต้นด้วย M เช่น

M406 เป็นกระสุนที่บรรจุดินระเบิด  ชนวนของกระสุนจะเปิดทำงานเมื่อพ้น ปากกระบอกปืนไปแล้วราว 15 – 30 เมตร (ดังนั้นหมายความว่าถ้ามายิง ใกล้ ๆ สมมุติสัก 5 เมตรนี่มันจะไม่ระเบิดนะครับ) เมื่อมันกระทบเป้าหมาย มันจะระเบิดออกและส่งสะเก็ดจำนวนราว 300 ชิ้นกระเด็นออกไปด้วยความเร็วเหนือเสียงซึ่งจะมีระยะสังหารในรัศมี 5 เมตร

M576 มีลักษณะแบบเดียวกับกระสุน M406 แต่จะมีพิสัยสั้นกว่า M406 เพื่อใช้งานในระยะใกล้

M676 เป็นกระสุนควัน เพื่อชี้เป้า ให้ควันสีเหลือง

M680 เป็นกระสุนควัน ให้ควันสีขาว

M682 เป็นกระสุนควัน ให้ควันสีแดง

M585 เป็นกระสุนพลุส่องสว่างซึ่งจะเผาไหม้นาน 7 วินาที (สีขาว)

M663 เป็นกระสุนพลุส่องสว่างซึ่งจะเผาไหม้นาน 7 วินาที  (สีเขียว)

M664  เป็นกระสุนพลุส่องสว่างซึ่งจะเผาไหม้นาน 7 วินาที (สีแดง)

M585A1 เป็นกระสุนพลุส่องสว่างติดร่มชูชีพ ซึ่งจะเผาไหม้นาน 40  วินาที (สีขาว)

M661 เป็นกระสุนพลุส่องสว่างติดร่มชูชีพ ซึ่งจะเผาไหม้นาน 40  วินาที (สีเขียว)

M662 เป็นกระสุนพลุส่องสว่างติดร่มชูชีพ ซึ่งจะเผาไหม้นาน 40  วินาที (สีแดง)

M651 กระสุนแก๊สน้ำตา จะมีแก๊สน้ำตาบรรจุอยู่ 53 กรัม สามารถเผาไหม้ได้ 25 วินาที ครอบคลุมพื้นที่ถึง 120 ตารางเมตร (ราว ๆ พื้นที่ขนาด 10.95×10.95 เมตร) และมีระยะยิงราว 200 เมตรสำหรับเป้าหมายที่เป็นจุด หรือ 400 เมตรสำหรับเป้าหมายเป็นพื้นที่

M1029 บรรจุกระสุนยางขนาด .48 นิ้ว ทั้งหมด 48 นัด การยิงจะใช้ในการปราบจลาจลโดยมีระยะยิงตั้งต้นตั้งแต่ 10 เมตรไปจนถึง 30 เมตรซึ่งกระสุนจะหมดพลังงานและตกลงสู่พื้น

ข้อมูลจาก http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=5078

ระเบิด C-4

Filed under: อาวุธ — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 11:02

C-4 เป็น 1 ในระเบิดพสลาติก (Plastic Explosive หรือ Plastique) ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือเป็นวัสดุนิ่มคล้ายดินน้ำมันสามารถปั้นเป็นรูปต่างๆได้ด้วยมือ ที่รู้จักกันดีอีกอย่างคือ  Semtex

ระเบิดพลาสติกต่างๆนั้น เหมาะสำหรับการระเบิดทำลายเนื่องจากสามารถปั้นในเข้ากับโครงสร้างที่ต้องการทำลายได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีการระเบิดที่รุนแรงและหนักแน่นด้วย ความเร็วสูงมาก อย่างไรก็ดี ไม่เป็นที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม เนื่องจากมีราคาแพงกว่าวัสดุระเบิดอื่นๆมาก

ระเบิดพลาสติกชนิดแรกคือ Gelignite คิดค้นขึ้นโดย Alfred Noble (ผู้ตั้งรางวัล Noble) ในค.ศ.1875 ต่อมาได้รับการพัฒนาในสงครามโลกครั้งที่สองเป็น Noble 808 และถูกใช้กว้างขวางในการจารกรรมทำลายกองทัพนาซี ซึ่งได้พัฒนาสาร RDX ขึ้นมา

คำว่า RDX ย่อมาจาก Research Development Explosive หรือ Royal Demolition Explosive) ชื่อทางการว่า Cyclotrimethylene-Trinitramine  คือวัสดุระเบิดที่ผสมอยู่ใน C-4 โดยผสมกับสิ่งที่เรียกว่า Binder และ Plasticizer เพื่อทำให้ไม่ระเบิดง่ายๆเมื่อถูกความร้อนหรือกระแทก อีกทั้งอ่อนนิ่มจนทำให้สามารถปั้นได้ ในการผลิต C-4 สาร RDX ในรูปผงจะละลายกับน้ำแล้วเติมสาร Binder จนละลายเข้าด้วยกันด้วยน้ำยาผสมการกระตุ้น เมื่อเอามากลั่นปละทำให่น้ำระเหยไปจะได้วัสดุที่มีรูปร่างคล้ายดินน้ำมัน

C-4 จะระเบิดได้เมื่อมีพลังงานเข้าไปกระตุ้น (kick off) ให้เกิดกระบวนการทางเคมี ถ้าเกิดเอาไม้ขีดไฟไปเผา C-4 มันก็จะเผาไหม้อย่างช้าๆเหมือนไฟติดดินน้ำมัน หรือแม้แต่เอาปืนไปยัง C-4 ก็ไม่ระเบิด มันจะระเบิดต่อเมื่อมีตัวจุด (detonator) ซึ่งใช้กระแสไฟฟ้า

เมื่อ C-4 ระเบิดนั้น จะเกิดการเผาไหม้อย่างรุนแรง ปล่อยก๊าซหลายอย่างออกในทุกทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไนโตรเจน เป็นระเบิดชนิดที่วิ่งหนีไม่ทันแบบพระเอกในภาพยนตร์

C-4 ในปริมาณต่ำกว่า 1 ปอนด์สามารถฆ่าคนหลายคนได้สบายๆ รถบรรทุกทั้งคันพังทลายได้ด้วย C-4 หนักครึ่งกิโลกรัม เหล็กคานขนาด 8×8 นิ้วหักได้ด้วยแรงระเบิดของ C-4 หนัก 3.6-4.5 กิโลกรัม C-4 มีแรงระเบิดที่เร็วถึง 8,040 เมตร/วินาที หรือ 28900 กิโลเมตร/ชั่วโมง

C-4 ยังมีคู่แฝดชาวอังกฤษชื่อ PE-4 ซี่งลักษณะของการระเบิดคล้ายคลึงกันมากนอกจากนั้นยังมีพี่น้องชาวอิตาเลียนคลานตามกันมาอีกคนชื่อ T-4 ซึ่งมีผลทะลุทะลวงที่คล้ายคลึงกัน

C-4 เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกเพราะนิยมในหมู่เจ้าหน้าที่ CIA หรือผู้ก่อการร้าย เนื่องจากความเสถียรและความปลอดภัยในการพกพา แอบซ่อน (ตราบที่อยุ่ห่างตัวจุดระเบิดด้วยไฟฟ้าซี่งปกติใช้เสียบเข้าไปในก้อนดินน้ำมันอันตรายนี้

ขอบคุณ วีรกร ตรีเศศ

ระบิด TNT

Filed under: อาวุธ — ป้ายกำกับ:, — Mr.Vop @ 10:43

TNT มีชื่อทางการว่า Trinitrotoluene เป็นวัสดุแข็งสีเหลือง ความรุนแรงของ TNT ถือว่าเป็นตัวอ้างอิงความรุนแรงของวัสดุอื่นๆเช่น C-4 รุนแรงกว่า TNT ประมาณ 1.34 เท่าตัว

TNT เป็นวัสดุระเบิดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปมากที่สุดทั้งในด้านการทหารและอุตสาหกรรมความนิยมมาจากมีความเสี่ยงในการระเบิดน้อย ไม่ว่าจากการกระแทกหรือเสียดสี TNT หลอมละลาย ณ อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส (176 องศาฟาเรนไฮด์) ซึ่งต่ำกว่าอุณหภูมิที่มันจะระเบิดด้วยตัวเองมาก TNT ไม่ดูดซับน้ำและไม่ละลายน้ำ ดังนั้นจึงใช้ในสิ่งแวดล้อมที่เปียกชื้นได้ดี นอกจากนี้ยังเสถียรเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุระเบิดชนิดอื่นๆ

TNT คิดค้นโดย Joseph Wilbrand นักเคมีชาวเยอรมันปี ค.ศ.1863 โดยในตอนแรกเป็นวัสดุย้อมสีเหลือง ผมู้คนไม่รู้ว่ามันเป็นวัสดุระเบิดอยู่หลายปีเนื่องจากมันระเบิดได้ยาก

กองทัพเยอรมันนำ TNT มาใช้เป็นวัสดุระเบิดโดยเติมลงในกระสุนปืนใหญ่ในค.ศ.1902 ในขณะที่กองทัพอังกฤษรู้จักแต่เพียงวัสดุระเบิด Lyddite ในปีค.ศ.1907 กองทัพอังกฤษลอกเลียนแบบเยอรมัน และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา TNT ก็ถูกใช้อย่างกว้างขวางในกองทัพสหรัฐและบริษัทก่อสร้างทั่วโลก (ระเบิดดิน หิน ทำลายตึก ระเบิดสิ่งกีดขวาง)

Theme: Shocking Blue Green. บลอกที่ WordPress.com .

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 21,666 other followers