Mr.Vop's Blog

กรกฎาคม 20, 2011

ภาพชัดเจนที่สุดของดาวเคระห์น้อย Vesta มาแล้ว

Filed under: Uncategorized — ป้ายกำกับ:, , , , — Mr.Vop @ 13:15

ภาพถ่ายจากยานอวกาศ Dawn  ส่งกลับมาถึงโลกแล้ว

Vesta เป็นดาวเคราะห์น้อยยักษ์ที่โดดเด่นที่สุดในแถบโคจรระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัส หรือบริเวณเข็มขัดดาวเคราะห์น้อยของระบบสุริยะของเรา นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเฝ้ามองรูปร่างบิดเบี้ยวของ Vesta มาเป็นศตวรรษ แต่ในที่สุด ยานอวกาศไร้คนขับ Dawn ก็สามารถส่งภาพถ่ายที่ชัดเจนที่สุดของ Vesta มาให้เราศึกษากัน โดยภาพที่ได้นี้ชัดเจนกว่าที่กล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิ้ลถ่ายได้ในปี 1996

Vesta มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 530 กิโลเมตร และมีแรงโน้มถ่วงของตัวเอง มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ในระบบสุริยะรองจาก
Ceres (แต่ Ceres มีลักษณะเป็นทรงกลม) อย่างไรก็ตาม ยาน Dawn ยังมีกำหนดการเดินทางต่อไป เพื่อเก็บภาพดาวเคราะห์น้อยให้เราชมกัน

มิถุนายน 25, 2011

ดาวเคราะห์น้อย 2011MD จะพุ่งเฉียดโลกวันจันทร์นี้ ในระยะเผาขน

เส้นทางโคจรของ 2011MD เข้าใกล้ถึงบรรยากาศโลก

พบดาวเคราะห์น้อยที่ไม่อยู่ในสารบบ ปรากฏขึ้นกระทันหัน ในชื่อ 2011MD จะโคจรเข้าเฉียดบรรยกาศโลกที่ระยะ 12,000  กิโลกเมตร  (0.05LD) ในวันจันทร์ที่ 27 มิถนายน 54 เวลา 20:30 ตามเวลาไทย โดยดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 13 เมตร และแม้จะมีแนววงโคจรเข้าใกล้มากที่สุดในปี 2554 นี้ก็ตาม นักดาราศาสตร์จาก NASA ก็ยังแน่ใจว่าแรงกระทำจากแรงโน้มถ่วงและมุมที่เข้าเฉียดใกล้จะทำให้ดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กนี้จะถูกเบี่ยงเบนออกไปไม่พุ่งทะลุเข้ามาในบรรยากาศโลกเรา แต่มีโอกาสที่จะชนกับดาวเทียมต่างๆได้

กดเพื่อดูวงโคจรแบบเคลื่อนไหว

พฤษภาคม 6, 2011

ดาวเคราะห์น้อย 2005YU55 เข้าใกล้โลกวันที่ 9 พ.ย. 54 ที่ระยะ 0.0022AU

ภาพวงโคจรสีฟ้าของ 2005YU55 ตัดกับวงโคจรโลกสีขาววันที่ 9 พ.ย. 54 นี้ (ลองกดดูเองได้ที่หน้านี้ของ NASA)

ดาวเคราะห์น้อยแบบ c-type เส้นผ่าศูนย์กลางราว 396 เมตร (สนามฟุตบอล 4 สนาม) จัดเป็นเทหวัตถุประเภท PHAs ที่มีโคจรเฉียดโลก ค้นพบเมื่อวันที่  28 ธันวาคม ค.ศ. 2005 โดย Robert McMillan ในโครงการ Spacewatch Program

และช่วงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ จะโคจรเข้าตัดกับวงโคจรของโลกประมาณวันที่ 8-9 พ.ย. ในระยะ 0.0022 AU หรือราว 329,115 กิโลเมตร ( 1 AU คือระยะจากโลกถึงดวงอาทิตย์ = 149,598,000  กิโลเมต่ร) หรือ 0.85 LD (ระยะ 85% ของระยะจากโลกถึงดวงจันทร์ คือ  384,401 กิโลเมตร) จากระยะอันตรายที่ควรระวังคือที่ NASA ประกาศคือ 0.05 AU ดังนั้น 2005YU55 จึงถือเป็นเทหวัตถุที่อันตรายในกรณีที่มีวงโคจร “ไม่มั่นคง” เนื่องจากมีการโคจรเข้าแทรกในระยะระหว่างโลกและดวงจันทร์ และด้วยขนาดเกิน 100 เมตรตามข้อกำหนด ในเบื้องต้นจึงถือว่าต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด (เฉพาะมีการเบี่ยงเบนวงโคจร)

เนื่องจากยังไม่เคยมีรายงานการเข้าชนของดาวเคราะห์น้อยขนาดเกิน 100 เมตร ในระยะ 0.5LD ฉะนั้นที่ระยะ 0.85LD ของ 2005YU55 ยังวางใจในเบื้องต้นว่าจะไม่มีเหตุร้ายใดๆ และที่สำคัญ “ระนาบ” ของวงโคจรของดาวเคราะหฺน้อยดวงนี้ ไม่ตรงกับวงโคจรของโลกและดวงจันทร์ ตามรูปด้านล่าง

 

อย่าแตกตื่นตามข่าวไทยรัฐแบบนี้  http://www.thairath.co.th/content/oversea/169405

บันทึกภาพการเข้าใกล้โลกของ 2003YT1

Filed under: ดาราศาสตร์ — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 00:13

กดเพื่อดูภาพเคลื่อนไหว

ดาวเคราห์น้อย 2003YT1 ขนาด 2.5 กิโลเมตร เคลื่อนที่ผ่านโลกในระยะ 65.3 LD ในวันนี้ตามที่รายงานไป (5 พ.ค. 2554) นั้น จากขนาดที่ค้อนข้างใหญ่ ทำให้สามารถจับภาพได้โดยใช้กล้องดูดาวขนาด 14 นิ้วธรรมดา เช่นภาพด้านบนที่ถ่ายโดยนายอัลเบอร์โต วอดนิซซา จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียโดยใช้กล้องดูดาว LX200GPS และบันทึกภาพโดย STL-1001 SBIG

เมษายน 14, 2011

ภารกิจแรกของมนุษย์ที่มีการเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยและนำกลับมายังโลก

ดาวเคราะห์อิโตะกะวะและบริเวณ “หินใหญ่” หรือ Big Rock

ยานฮะยะบุซะ ได้เดินทางกลับมาสู่โลกเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว หลังจากที่ปฏิบัติภารกิจอันยาวนานถึง 7 ปี พร้อมกับสมบัติอันล้ำค่าที่เก็บมาจากอวกาศ นั่นคือ ตัวอย่างหินจากดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะ

ดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะ หรือชื่อเต็มว่า 25143 อิโตะกะวะ (25143 Itokawa) เป็นดาวเคราะห์น้อยในกลุ่มอะพอลโล วงโคจรมีจุดใกล้สุดใกล้กว่ารัศมีวงโคจรของโลก และมีจุดไกลสุดอยู่ไกลกว่ารัศมีวงโคจรของดาวอังคาร มีรูปร่างเหมือนหัวมันฝรั่ง ขนาดประมาณ 630 x 250 เมตร
การวิเคราะห์เบื้องต้นเผยว่า ไม่พบโมเลกุลอินทรีย์ใด ๆ และยืนยันว่าก้อนหินตัวอย่างนี้มีอายุ 4,600 ล้านปี ซึ่งเกือบเท่ากับอายุของระบบสุริยะเลยทีเดียว

นักวิจัยเชื่อว่าดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะเกิดขึ้นจากวัตถุขนาดเล็กจำนวนมากมาเกาะและพอกพูนกันจนเป็นก้อนที่ใหญ่ขึ้น การเกาะกันอย่างหลวม ๆ นี้ทำให้ดาวเคราะห์น้อยนี้มีโครงสร้างแบบกองหิน

ภารกิจเก็บตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยของฮะยะบุซะไม่มีการลงจอด แต่ยานใช้วิธี ”ตอม” เข้าไปใกล้พื้นผิว จ่อกรวยเก็บตัวอย่างไปที่พื้นผิวแล้วยิงกระสุนลงไป เพื่อให้มีเศษหินกระเด็นขึ้นมาในกรวยซึ่งจะนำไปเก็บไว้ในกล่องเก็บตัวอย่างภายในยาน
แต่ขั้นตอนที่วางแผนไว้เกิดความผิดพลาด เนื่องจากตุ้มน้ำหนักไม่ยิงออกมา นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคอีกมากมาย ไม่ว่าจะเกิดการรั่วไหลของเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ไอออนเสียหาย ความผิดปกติของแบตเตอรี่ และการติดต่อสื่อสารขาดหายไปนานถึงสองเดือน จนเจ้าหน้าที่โครงการต้องเลื่อนกำหนดการกลับโลกจากเดิมที่จะกลับมาในปี 2550 มาเป็นปี 2553  ถึงแม้ว่ายานจะกลับมายังโลกได้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังอดกังวลมิได้ว่า ภารกิจนี้อาจล้มเหลวโดยยานนำเพียงแคปซูลเปล่ากลับมา

เดชะบุญที่ฝันร้ายนั้นไม่เป็นจริง จากการเปิดแคปซูลเมื่อปีที่แล้ว พบว่ายานสามารถเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อยได้ เป็นเศษผงร่วนราว 1,500 เม็ด ส่วนใหญ่ยืนยันได้ว่ามาจากดาวเคราะห์น้อยอิโตะกะวะจริง ผงส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน มีบางเม็ดที่ใหญ่ถึง 100 ไมครอนหรือใหญ่กว่า

นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มการวิเคราะห์ขั้นต้นมาตั้งแต่เดือนมกราคม และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในราวเดือนมิถุนายน หลังจากนั้นก็จะกระจายส่งตัวอย่างผงดาวเคราะห์น้อยนี้ไปยังห้องวิจัยต่าง ๆ เพื่อศึกษาในขั้นต่อไป

องค์การนาซาก็จะได้ตัวอย่างฝุ่นนี้ราว 10 เปอร์เซนต์ด้วย จากการที่สหรัฐอเมริกามีส่วนร่วมในการปฏิบัติการในภารกิจนี้

ฮะยะบุซะเป็นภารกิจแรกของมนุษย์ที่มีการเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยและนำกลับมายังโลก

ข้อมูลจาก Research finds asteroid Itokawa is an ancient rock - รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย สมาคมดาราศาสตร์ไทย

ธันวาคม 18, 2010

กล้องฮับเบิลถ่ายภาพซากการชนกันของดาวเคราะห์น้อยได้เป็นครั้งแรก

เมื่อต้นปี กล้องโทรทรรศน์ได้จับภาพของวัตถุประหลาดโครงสร้างคล้ายดาวหางดวงหนึ่ง ซึ่งมีหางคล้ายดาวหาง แต่มีส่วนใกล้หัวเป็นรูปตัวเอกซ์ (X) ส่วนวัตถุแกนกลับอยู่นอกส่วนที่น่าจะเป็นหัว นักดาราศาสตร์เชื่อว่าสิ่งนั้นคือซากของดาวเคราะห์น้อยชนกัน

จากการติดตามสำรวจมาเป็นเวลาห้าเดือน นักดาราศาสตร์ต้องประหลาดใจที่พบว่า เศษซากที่กระจายออกมาจากวัตถุแผ่ขยายออกด้วยอัตราช้ามาก จากอัตรานี้ แสดงว่า การพุ่งชนนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน 2552 แล้ว
วัตถุนี้ได้ชื่อว่า พี/2010 เอ 2 (P/2010 A2) โคจรอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก
นักดาราศาสตร์ประเมินว่าในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก มีวัตถุขนาดกลางชนกันเฉลี่ยปีละหนึ่งครั้ง เมื่อวัตถุชนกัน จะสาดเศษฝุ่นกระจายออกไปทั่วอวกาศ ความถี่นี้นักดาราศาสตร์ได้มาจากการวัดปริมาณฝุ่นที่กระจัดกระจายอยู่ในระบบสุริยะร่วมกับแบบจำลองการชนของดาวเคราะห์น้อย
การสังเกตดาวเคราะห์น้อยชนกันทำได้ยากมากเนื่องจากการชนกันครั้งใหญ่เกิดขึ้นได้ยาก ส่วนการชนในขนาดย่อมลงมาที่อาจเกิดได้บ่อยกว่าแต่แสงก็จางมาก ดาวเคราะห์น้อยสองดวงที่มาชนกันจนเกิด พี/2010 เอ 2 ก็ไม่เคยมีการบันทึกมาก่อนเหมือนกัน เนื่องจากแสงจางมากจนสังเกตไม่พบ
แม้ข้อมูลจากฮับเบิลจะสนับสนุนความเป็นไปได้สูงที่วัตถุลึกลับนี้จะเกิดจากดาวเคราะห์น้อยชนกัน แต่นักดาราศาสตร์ก็ยังไม่อาจตัดทฤษฎีอื่นออกไปได้ในขณะนี้ เช่นทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า วัตถุนี้เป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กที่หมุนควงเร็วขึ้นจากแรงจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ จนสาดฝุ่นผงบนดาวออกไปจนเป็นทางคล้ายหางดาวหางดังที่เห็น
การสังเกตการณ์นี้มีความสำคัญต่อนักวิทยาศาสตร์มาก เพราะจะช่วยให้นักดาราศาสตร์ทราบว่าฝุ่นในระบบสุริยะเกิดมาจากอะไร และการชนกันของดาวเคราะห์น้อยจะสร้างฝุ่นขึ้นมาในวงโคจรมากน้อยเพียงใด ความรู้นี้ยังเป็นประโยชน์ในการสร้างแบบจำลองวงแหวนฝุ่นที่พบล้อมรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น นักดาราศาสตร์พบวงแหวนฝุ่นรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นหลายแห่ง จานฝุ่นนี้เชื่อว่าเกิดจากการชนกันของวัตถุที่มองไม่เห็นในจานนั้น ดังนั้นถ้าเข้าใจว่าฝุ่นเกิดขึ้นมาได้อย่างไรก็ย่อมช่วยให้เข้าใจวัตถุต้นกำเนิดที่แฝงกายอยู่ในจานฝุ่นนั้นได้
ฮับเบิลถ่ายภาพวัตถุดวงนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤษภาคม 2553 ด้วยกล้องดับเบิลยูเอฟซี 3 อนุภาคในส่วนที่ดูคล้ายหางดาวหางนั้นคาดว่ามีขนาดตั้งแต่ 1/25 นิ้ว จนถึง 1 นิ้ว
นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่าวัตถุนี้เกิดขึ้นจากดาวเคราะห์น้อยขนาด 3-5 เมตรชนเข้ากับดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งที่ใหญ่กว่าด้วยความเร็วที่อาจสูงถึง 17,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ดาวเคราะห์ดวงเล็กแตกกระจายเป็นผุยผง เชื่อว่าการชนครั้งนั้นเกิดขึ้นในราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ปี 2552

รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย ()

กันยายน 8, 2010

NASA พบดาวเคราะห์น้อยสองดวงจะพุ่งเฉียดวงโคจรของโลกวันนี้

อ้างถึง http://www.nationmultimedia.com/home/NASA-Asteroids-to-fly-by-Earth-Wednesday-30137520.html?utm_source=twitterfeed&utm_medium=twitter

กล้องโทรทัศน์อวกาศที่อริโซนา จับภาพดาวเคราะห์น้อยสองดวงกำลังพุ่งเข้าวงโคจรระหว่างโลกและดวงจันทร์ จะมีกำหนดถึงในวันนี้

โดยดาวดวงแรกชื่อ 2010RX30 ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 10×20 ม.จะพุ่งผ่านโลกในระยะ 248,000 กม.วันนี้เวลา 16.51 ตามเวลาไทย (0951GMT)

ดูแนวโคจรของ 2010RX30 กดที่นี่

และดวงที่สองชื่อ 2010 RF12 ขนาด 6×14 ม. จะพุ่งผ่านโลกที่ระยะใกล้มาก คือที่ระยะ 79,000 กม. ในเวลา 05:12 พรุ่งนี้เช้าตามเวลาไทย  (22:12GMT)


ดูแนวโคจรของ 2010RF12 กดที่นี่

กล้องโทรทัศน์ขนาด 60″ ที่หอดูดาวอริโซนา

Theme: Shocking Blue Green. บลอกที่ WordPress.com .

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,816 other followers