Mr.Vop's Blog

เมษายน 25, 2012

พบอุกกาบาตขนาดรถแวน ระเบิดเหนือฟ้าในช่วงเ้กิดฝนดาวตกพิณ

ในช่วง 21-22 เมษายน 2555 ขณะที่โลกเคลื่อนเข้าู่ฝนดาวตกในหมู่ดาวพิณนั้น ได้มีดาวตกลูกหนึ่ง ขนาดประมาณ 3-4 เมตร หลุดเข้ามาในบรรยากาศโลก และระเบิดขึ้นเหนือท้องฟ้า ในบริเวณ 37.6N, 120.5W หรือแถบหุบเขาเซียรา ในแคลิฟอเนีย ตามแผนที่ด้านล่างนี้

นักดาราศาสตร์ประมาณการพลังงานในการเข้าชนของอุกกาบาตลูกนี้อยู่ที่ 3 กิโลตันของระเบิด TNT โชคดีที่เกิดระเบิดขึ้นในบรรยากาศและสลายหมดสิ้นเป็นชิ้นเล็กๆก่อนลงกระเทกพื้นโลก

เมษายน 6, 2012

อุกกาบาตบ้านร่องดู่

อุกกาบาตบ้านร่องดู่

อุกกาบาตบ้านร่องดู่ เป็นอุกกาบาตที่มีรายงานพบในประเทศไทย ตกลงมาในคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2536 เวลาประมาณ 20.45 น. บริเวณพื้นที่ใกล้บ้านของนายสาลีและนางคำหล้า รักก้อน บ้านร่องดู่ ตำบลลานบ่า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ การตรวจสอบโดยนายสิโรตม์ ศัลยพงษ์ และ ดร.ปริญญา พุทธาภิบาล ฝ่ายวิจัยธรณีวิทยา กองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ยืนยันว่าเป็นอุกกาบาตเหล็ก มีประกายโลหะและความถ่วงจำเพาะสูง พบริ้วโลหะเป็นทางบนผิวอุกกาบาตซึ่งเกิดจากการเสียดสีกับบรรยากาศโลก ผิวนอกสุดมีรอยไหม้ ด้านหนึ่งมีรอยยุบบุบแบบก้นหม้อ อีกด้านฉีกขาดเป็นร่องหลืบ ลักษณะทั่วไปคล้ายตะกรันโลหะ ต่างกันที่ไม่มีรูพรุน

รูปร่างของอุกกาบาตบ้านร่องดู่คล้ายลูกสะบ้า กว้าง 7.5 นิ้ว ยาว 10 นิ้ว หนา 4.5 นิ้ว น้ำหนัก 16.7 กิโลกรัม ความถ่วงจำเพาะ 8.08 บริเวณที่พบอุกกาบาตเป็นที่ดอนดินปนทราย เนื้อแน่นปานกลาง ความชื้นต่ำ ลูกอุกกาบาตมุดลงไปในดิน ขณะไปตรวจสอบซึ่งเป็นเวลาหลังจากเอาลูกอุกกาบาตออกมาแล้วพบว่าบริเวณนั้นเป็นหลุมลึก 110 เมตร ประเมินได้คร่าว ๆ ว่าอุกกาบาตพุ่งมาจากทิศใต้เฉียงไปทางตะวันตก 15 องศา และพุ่งลงมาโดยทำมุมประมาณ 80 องศากับพื้นราบ

พฤษภาคม 6, 2011

ดาวเคราะห์น้อย 2005YU55 เข้าใกล้โลกวันที่ 9 พ.ย. 54 ที่ระยะ 0.0022AU

ภาพวงโคจรสีฟ้าของ 2005YU55 ตัดกับวงโคจรโลกสีขาววันที่ 9 พ.ย. 54 นี้ (ลองกดดูเองได้ที่หน้านี้ของ NASA)

ดาวเคราะห์น้อยแบบ c-type เส้นผ่าศูนย์กลางราว 396 เมตร (สนามฟุตบอล 4 สนาม) จัดเป็นเทหวัตถุประเภท PHAs ที่มีโคจรเฉียดโลก ค้นพบเมื่อวันที่  28 ธันวาคม ค.ศ. 2005 โดย Robert McMillan ในโครงการ Spacewatch Program

และช่วงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ จะโคจรเข้าตัดกับวงโคจรของโลกประมาณวันที่ 8-9 พ.ย. ในระยะ 0.0022 AU หรือราว 329,115 กิโลเมตร ( 1 AU คือระยะจากโลกถึงดวงอาทิตย์ = 149,598,000  กิโลเมต่ร) หรือ 0.85 LD (ระยะ 85% ของระยะจากโลกถึงดวงจันทร์ คือ  384,401 กิโลเมตร) จากระยะอันตรายที่ควรระวังคือที่ NASA ประกาศคือ 0.05 AU ดังนั้น 2005YU55 จึงถือเป็นเทหวัตถุที่อันตรายในกรณีที่มีวงโคจร “ไม่มั่นคง” เนื่องจากมีการโคจรเข้าแทรกในระยะระหว่างโลกและดวงจันทร์ และด้วยขนาดเกิน 100 เมตรตามข้อกำหนด ในเบื้องต้นจึงถือว่าต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด (เฉพาะมีการเบี่ยงเบนวงโคจร)

เนื่องจากยังไม่เคยมีรายงานการเข้าชนของดาวเคราะห์น้อยขนาดเกิน 100 เมตร ในระยะ 0.5LD ฉะนั้นที่ระยะ 0.85LD ของ 2005YU55 ยังวางใจในเบื้องต้นว่าจะไม่มีเหตุร้ายใดๆ และที่สำคัญ “ระนาบ” ของวงโคจรของดาวเคราะหฺน้อยดวงนี้ ไม่ตรงกับวงโคจรของโลกและดวงจันทร์ ตามรูปด้านล่าง

 

อย่าแตกตื่นตามข่าวไทยรัฐแบบนี้  http://www.thairath.co.th/content/oversea/169405

บันทึกภาพการเข้าใกล้โลกของ 2003YT1

Filed under: ดาราศาสตร์ — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 00:13

กดเพื่อดูภาพเคลื่อนไหว

ดาวเคราห์น้อย 2003YT1 ขนาด 2.5 กิโลเมตร เคลื่อนที่ผ่านโลกในระยะ 65.3 LD ในวันนี้ตามที่รายงานไป (5 พ.ค. 2554) นั้น จากขนาดที่ค้อนข้างใหญ่ ทำให้สามารถจับภาพได้โดยใช้กล้องดูดาวขนาด 14 นิ้วธรรมดา เช่นภาพด้านบนที่ถ่ายโดยนายอัลเบอร์โต วอดนิซซา จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียโดยใช้กล้องดูดาว LX200GPS และบันทึกภาพโดย STL-1001 SBIG

กุมภาพันธ์ 8, 2011

วัตถุที่พุ่งชนดาวพฤหัสบดีจนทำให้เกิดรอยแผลเห็นเด่นชัดในปี 2552 นั้น ไม่ใช่ดาวหาง

ภาพรังสีอินฟราเรดของดาวพฤหัสบดี ถ่ายโดยกล้องไอทีเอฟของนาซา แสดงจุดที่เกิดการชน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2552 (จาก NASA/IRTF/JPL-Caltech/University of Oxford)

 

ในที่สุด ดูเหมือนนักดาราศาสตร์จะได้ข้อสรุปแล้วว่า วัตถุที่พุ่งชนดาวพฤหัสบดีจนทำให้เกิดรอยแผลเห็นเด่นชัดในปี 2552 นั้นเกิดจากวัตถุอะไร

ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรดสามกล้อง ยืนยันว่าเป็นรอยที่เกิดจากวัตถุแข็งประเภทดาวเคราะห์น้อยพุ่งชน ไม่ใช่ดาวหาง

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2552 นักดาราศาสตร์สมัครเล่นพบรอยด่างคล้ายแผลถูกชนบนดาวพฤหัสบดี ทันทีที่นักดาราศาสตร์ทราบข่าว กล้องชั้นนำสารพัดกล้องทั่วโลกก็หันลำกล้องไปที่ดาวพฤหัสบดีทันที ไม่ว่าจะเป็นกล้องไอทีเอฟของนาซาบนฮาวาย กล้องเจมิไนเหนือ เจมิไนใต้ และกล้องวีแอลทีของหอดูดาวอีโซ

ก่อนหน้าปี 2552 นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า วัตถุที่จะมาชนดาวพฤหัสบดีได้คงมีแต่วัตถุน้ำแข็งประเภทดาวหางที่มีวงโคจรที่ไม่เสถียรเท่านั้น เมื่อวัตถุพวกนี้โคจรเข้ามาใกล้ดาวพฤหัสบดี แรงโน้มถ่วงมหาศาลของดาวพฤหัสบดีจะดึงดูดให้ดาวหางนั้นไปโคจรรอบตัวเอง ส่วนวัตถุแข็งแบบดาวเคราะห์น้อยน่าจะถูกแรงโน้มถ่วงของดาวพฤหัสบดีกวาดไปจนเกลี้ยงจากบริเวณวงโคจรไปนานแล้ว

นักดาราศาสตร์เคยพบการชนหรือเหตุการณ์เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เพียงสามครั้งเท่านั้น นอกจากชูเมกเกอร์-เลวีในปี 2537 และรอยแผลลึกลับในปี 2552 แล้ว อีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นปีที่แล้วนี้เอง

ข้อมูลจากฮับเบิลแสดงว่าวัตถุที่พุ่งชนในปี 2552 นี้มีมวลมากกว่าดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 เสียอีก การพุ่งชนทำให้บรรยากาศสตราโทสเฟียร์เบื้องล่างของดาวพฤหัสบดีอุ่นขึ้นราว 3-4 เคลวิน ความแตกต่าง 3-4 เคลวินนี้อาจฟังดูเหมือนไม่มาก แต่ผลกระทบนี้เกิดขึ้นเป็นพื้นที่กว้างมาก ซึ่งหมายถึงพลังงานมหาศาลที่การพุ่งชนถ่ายเทลงไปบนดาวพฤหัสบดี

นอกจากนี้วัตถุที่พุ่งชนยังทะลวงลึกลงไปในบรรยากาศ สร้างโพรงอากาศร้อนจัด ก่อนที่จะระเบิดขึ้นที่เบื้องล่างที่มีพลังงานมากเทียบเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 5 พันล้านตัน แรงระเบิดผลักดันเศษซากของวัตถุนั้นกลับขึ้นมาตามโพรงจนถึงเหนือชั้นเมฆ พร้อมกับแอมโมเนียที่อยู่ในบรรยากาศชั้นล่างด้วย

ว่าแต่วัตถุที่พุ่งชนนั้นคืออะไร แม้เศษซากสีเข้มที่ลอยขึ้นมาปรากฏบนผิวดาวพฤหัสดูคล้ายกับที่เกิดขึ้นจากการชนของชูเมกเกอร์-เลวี แต่ซากและพวยของการระเบิดไม่ได้ขึ้นมาสูงมากเท่า และไม่ได้ทำให้อุณหภูมิชั้นสตราโทสเฟียร์ชั้นบนสูงขึ้น นอกจากนี้สเปกตรัมยังแสดงหลักฐานของไฮโดรคาร์บอน ซิลิเกต และซิลิกาที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่พบคาร์บอนมอนอกไซด์ หลักฐานเหล่านี้ล้วนบ่งชี้ว่าวัตถุนี้เป็นวัตถุแห้ง ไม่ใช่วัตถุที่เปราะบางอุ้มน้ำอย่างดาวหาง

นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าวัตถุที่พุ่งชนน่าจะเป็นดาวเคราะห์น้อยที่มีความหนาแน่นประมาณ 2.5 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 200-500 เมตร

ดาวเคราะห์น้อยใหญ่ขนาดนี้น่าจะเป็นวัตถุที่เคยมีการพบเห็นมาก่อนแล้ว ด้วยเหตุนี้นักดาราศาสตร์จึงตรวจสอบวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยที่ใกล้ดาวพฤหัสบดีในบัญชีรายชื่อทั้งหมดเพื่อหาว่าน่าจะเป็นดวงใด ผลพบว่า วัตถุที่ชื่อ 2005 ทีเอส 100 (2005 TS100) ใกล้เคียงผู้ต้องสงสัยที่สุด วัตถุดวงนี้คาดว่าเป็นดาวเคราะห์น้อย หรืออาจเป็นแกนของดาวหางที่หมดแก๊สแล้ว

การค้นพบนี้ เป็นสิ่งยืนยันว่า สภาพแวดล้อมของระบบสุริยะชั้นนอกมีความซับซ้อนยุ่งเหยิง อลหม่าน และมีพลวัตสูงยิ่ง

สำหรับโลกเรา นักดาราศาสตร์ประเมินว่าโลกมีโอกาสถูกวัตถุขนาดนี้ชนเฉลี่ยประมาณ 100,000 ปีต่อครั้ง

ที่มา:

 

พฤศจิกายน 15, 2010

PHA (อุกกาบาตที่มีโอกาสทำอันตรายต่อโลก)

Filed under: ภัยพิบัติ — ป้ายกำกับ:, , — Mr.Vop @ 12:13
นับถึงวันนี้ 15 พ.ย. 2553 เราพบ PHA ( Potentially Hazardous Asteroids – อุกาบาตที่มีโอกาสทำอันตรายต่อโลก) จำนวน 1,164 ดวง

ตารางการโคจรเข้าใกล้โลกของ PHA ต่างๆ

ชื่ออุกาบาต
วันที่
ระยะทางเทียบกับดวงจันทร์
แมกนิจูดความสว่าง
ขนาดของอุกาบาต
2010 TQ19
8 ตุลาคม 2553
9.6 LD
18
37 m
2010 TS19
10 ตุลาคม 2553
3.7 LD
18
31 m
2010 TD54
12 ตุลาคม 2553
0.1 LD
14
7 m
2010 TB54
13 ตุลาคม 2553
6.1 LD
20
19 m
1999 VO6
14 ตุลาคม 2553
34.3 LD
16
1.8 km
2010 TK
16 ตุลาคม 2553
4.5 LD
18
37 m
1998 TU3
17 ตุลาคม 2553
69.1 LD
13
5.2 km
2010 TG19
22 ตุลาคม 2553
1.1 LD
15
70 m
1998 MQ
23 ตุลาคม 2553
77.7 LD
15
1.9 km
2007 RU17
29ตุลาคม 2553
39.2 LD
15
1.1 km
2003 UV11
30 ตุลาคม 2553
5 LD
12
595 m
3838 Epona
7 พฤศจิกายน 2553
76.8 LD
14
3.4 km
2005 QY151
16 พฤศจิกายน 2553
77.7 LD
17
1.3 km
2008 KT
23 พฤศจิกายน 2553
5.6 LD
21
10 m
2002 EZ16
30 พฤศจิกายน 2553
73.9 LD
16
1.0 km
2000 JH5
7 ธันวาคม 2553
47 LD
-
1.5 km
2010 JL33
9 ธันวาคม 2553
16.6 LD
13
1.3 km
2008 EA32
7 มกราคม 2554
76.5 LD
-
2.1 km

หมายเหตุ: LD คือ “Lunar Distance.” หรือระยะห่างระหว่างโลกและดวงจันทร์ มีค่าเท่า  384,401 กิโลเมตร หรือ  0.00256 AU

Theme: Shocking Blue Green. บลอกที่ WordPress.com .

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 14,816 other followers