ดูแลรักษาตนเอง – หลักการกินยาที่ถูกต้อง

คำแนะนำพิเศษบนซองยา ที่ควรทราบและพึงปฏิบัติ
1. รับประทานยานี้ก่อนอาหาร ควรรับประทานยาก่อนอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งมักเป็นตอนที่ท้องว่าง เพราะยากลุ่มนี้หากรับประทานในช่วงที่กระเพาะอาหารมีอาหารทั่วไปอยู่ด้วย จะทำให้การดูดซึมของยาได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือไม่ได้ผลเลย ได้แก่ ยารักษาโรคติดเชื้อบางชนิด เช่น แอมพิซิลลิน (Ampicillin) หรือยาป้องกันการคลื่นไส้อาเจียน เช่น เมโตโคลปราไมด์ (Metoclopramide) ซึ่งต้อง รอตัวยาออกฤทธิ์ก่อนจึงรับประทานอาหารได้
2. รับประทานยานี้หลังอาหาร ควรรับประทานยาหลังจากรับประทานอาหารเสร็จประมาณ 15-30 นาที
3. รับประทานยานี้หลังอาหารทันที ยาที่ต้องรับประทานหลังอาหารทันทีมักเป็นยาที่มีฤทธิ์กัดกระเพาะ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ เช่น แอสไพริน (Aspirin) ยา-รักษาโรคปวดข้อทุกชนิด
4. รับประทานยานี้ควรดื่มน้ำมากๆ แบ่งเป็น 2 กรณีคือ ยาที่มีผลข้างเคียงทำให้คลื่นไส้อาเจียน และ ยาที่ตกตะกอนในไตได้ง่าย การดื่มน้ำมากๆสามารถช่วยลดอาการข้างเคียงนี้ได้
5. รับประทานยานี้แล้วอาจง่วงนอน ยากลุ่มนี้เมื่อรับประทานแล้วจะทำให้เกิดอาการง่วงนอน เพราะมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่น คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ไดอะซีแพม (Diazepam) นอกจากนั้นไม่ควรดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดอันตรายมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้ยากลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรกลทุกชนิด
6. รับประทานยานี้ติดต่อกันทุกวันจนยาหมด ยาหลายชนิดเมื่ออาการหายก็สามารถหยุดยาได้ แต่ยากลุ่มรักษาโรคติดเชื้อ เช่น แอมพิซิลลิน (Ampicillin) เตตร้าซัยคลิน (Tetracycline) จำเป็นต้องรับประทานยาต่อระยะหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจได้ว่าทำลายเชื้อที่ก่อโรคได้หมดสิ้น ป้องกันการดื้อยา
7. เคี้ยวยาให้ละเอียดก่อนกลืน ทั้งนี้เพื่อหวังผลให้ยากระจายตัวในส่วนของทางเดินอาหารได้อย่างทั่วถึง ทำให้ผลการรักษาดีที่สุด เช่น ยาลดกรด (Antacids)

การตวงยาให้ได้ปริมาณที่ถูกต้อง
ในการใช้ยาน้ำ การตวงยาอาจจะสับสน เพื่อให้ได้ยาอย่างถูกต้องควรปฏิบัติดังนี้
– 1 ช้อนชา คือ 5 ซีซี (cc) หรือ 5 มิลลิลิตร (5 ml)
1 ช้อนโต๊ะ คือ 15 ซีซี (cc) หรือ 15 มิลลิลิตร (15 ml)
– ช้อนชาคือช้อนที่ได้มาพร้อมขวดยา ไม่ใช่ช้อนกาแฟ
– 1 ช้อนชา เท่ากับ 2 ช้อนกาแฟ
– 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ 3 ช้อนชา
– ช้อนกินข้าวมีความจุเพียง 7.5 ซีซี (cc)

เคล็ด(ไม่)ลับ เกี่ยวกับการใช้ยา
1. ควรทายาหม่องเมื่อไรดี ?
เมื่อเกิดอาการบวมเขียวช้ำเกิดขึ้น ไม่ควรทายาหม่องทันที เนื่องจากเมื่อร่างกายได้รับการกระแทก เส้นเลือดฝอยบริเวณผิวหนังซึ่งเปราะและบางจะขาด ทำให้เลือดออกมาคั่งบริเวณนั้น ก่อให้เกิดการบวมและปวด การทายาหม่องทันที่จะทำให้บวมมากขึ้น ดังนั้นก่อนทายาหม่อง ควรใช้ผ้าเย็นหรือน้ำแข็งประคบให้เส้นเลือดฝอยหดตัวลดอาหารบวม จากนั้นจึงทายาหม่องเพื่อระงับอาการเจ็บปวดลดอักเสบ
2. ควรจิบยาน้ำจากขวดยาโดยตรงหรือไม่ ?
ไม่ควร เพราะนอกจากเชื้อโรคในปากและคอจะลงไปเจือปนในขวดยาแล้ว ขนาดยาที่รับประทานแต่ละครั้งก็จะไม่แน่นอน หากเป็นตัวยาที่มีความแรงมาก อาจทำให้ได้รับอันตรายจากการใช้ยาได้ สำหรับยาแก้ไอที่มักแนะนำให้จิบทุกครั้งที่ไอนั้น เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง
3. ถ้าลืมกินยามื้อหนึ่งควรรวบยอดไปรับประทานมื้อต่อไปหรือไม่ ?
ควรรับประทานทันทีที่นึกได้ แต่ไม่ควรเพิ่มเป็นสองเท่าในครั้งต่อไป เพราะอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด เนื่องจากขนาดยาที่เขากำหนดมาว่าควรกินครั้งละเท่าไหร่นั้น เขาได้ทำการทดลองการใช้ยานั้นมาแล้ว ว่าขนาดยาดังกล่าวจะให้ผลในการรักษาและปลอดภัย ดังนั้นเราควรกินยาตามขนาดที่บ่งไว้บนฉลากยาเท่านั้น

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้ยา
1. ฉีดยาดีกว่ากินยา
ยารับประทานเป็นยาอันดับแรกที่แพทย์เลือกใช้ เพราะสามารถรักษาโรคได้เกือบทั้งหมด ใช้ง่าย
ส่วนยาฉีดจะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถใช้ยา รับประทานได้หรือต้องการผลให้ระดับยาสูงขึ้นทันทีเท่านั้น เนื่องจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากยาฉีดจะรุนแรงและแก้ไขได้ยากกว่ายารับ ประทานอีกด้วย
2. ยาแพงดีกว่ายาถูก
ไม่จริงเสมอไป เพราะราคายาขึ้นกับปัจจัยหลายประการ นอกเหนือจากต้นทุนการผลิตยา เช่นค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ค่าบริหารจัดการด้านการตลาด กำไรที่ผู้จัดจำหน่ายต้องการ ดังนั้นยาที่มีราคาแพงไม่จำ-เป็นต้องดีกว่ายาที่ราคาถูก
3. ยาตัวใหม่ดีกว่ายาตัวเก่า
ไม่จริงเสมอไป เพราะยาใหม่หลายตัวให้ผลการรักษาไม่ดีไปกว่ายาตัวเก่า แม้ว่ายาใหม่อาจมีการพัฒนาให้ออกฤทธิ์ดีขึ้น ลดอาการข้างเคียงให้น้อยลง แต่หลายครั้งที่ยาใหม่มีข้อมูลการใช้ยาที่ไม่เพียงพอ บ่อยครั้งที่ต้องถอนยาออกจากท้องตลาด เมื่อพบอาการไม่พึงประสงค์ทีหลัง
4. เมื่ออาการหายก็ไม่ต้องรับประทานยาต่อ
ไม่จริงเสมอไป เพราะยาบางชนิดที่ระบุไว้ที่ฉลากว่า “ควรรับประทานติดต่อกันทุกวันจนหมด” คือยาที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อที่ต้องใช้ยาให้ครบขนาดรักษา เพื่อไม่ให้เชื้อดื้อยา นอกจากนั้น โรคเรื้อรัง หรือโรคที่ต้องการการรักษาอย่างต่อเนื่อง แม้ใช้ยาจนสามารถควบคุมอาการได้แล้วก็ตาม การหยุดยาเองอาจก่อให้เกิดผลร้ายตามมา คือโรคไม่หายขาด หรืออาการอาจกำเริบขึ้นอีกได้
5. อาการเจ็บป่วยของตนต้องใช้ยาแรง ยาอ่อนไม่ได้ผล
ยาที่ดีที่สุดนั้น เป็นยาที่ตรงกับอาการหรือสาเหตุจริงของการเจ็บป่วย ไม่จำเป็นต้องใช้ยาแรงเสมอไป นอกจากยาที่มีฤทธิ์การรักษาแรง มักจะมีฤทธิ์ข้างเคียงที่แรงตามไปด้วย
6. ยาชุดดีกว่ายาเดี่ยว
ยาชุดมักประกอบด้วยตัวยาหลายชนิด ที่จัดยาให้ครอบคลุมรักษาได้หลายโรค และมักใส่ยาที่มีอันตรายเช่น สเตียรอยด์ ที่มีฤทธิ์การรักษาที่แรง ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องกินยาหลายชนิด
หากอาการป่วยนั้นสามารถหายได้โดยการกินยาเพียงชนิดเดียว นอกจากจะเป็นการประหยัดแล้วยังปลอดภัยกว่าด้วย
7. ยารับประทานก่อนหรือหลังอาหารให้ผลไม่แตกต่างกัน
ไม่จริงเสมอไป เพราะยาบางประเภทจะให้ผลดีต่อเมื่อกินยาก่อน หรือ หลังรับประทานอาหารเท่านั้น หากกินยาผิดเวลาอาจทำให้ฤทธิ์การรักษาน้อยลงจนถึงไม่มีผลการรักษาเลยได้ ยาบางประเภทอาจต้องกินหลังอาหารทันทีเพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์
จะเห็นได้ว่าการใช้ยาเพื่อรักษาตนเอง เบื้องต้นไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปนัก เพียงเสียเวลาสักนิดที่จะพยายามศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและระมัดระวังการใช้ ยาอยู่เสมอ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นหากอาการยังไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ทันที ในบทความฉบับหน้าจะกล่าวถึงยาที่ควรมีไว้ติดบ้าน การเก็บรักษา และการสังเกตยาที่เสื่อมคุณภาพ ซึ่งเป็นตอนจบของบทความเรื่องนี้

เอกสารอ้างอิง

พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร, “คำแนะนำพิเศษบนซองยา”, หยูกยาน่ารู้ , หน้า 9-10, สมาคมเภสัชโรงพยาบาล (ประเทศไทย) , กรุงเทพมหานคร , พิมพ์ครั้งที่ 2 , 2544

ธิดา นิงสานนท์ , “สิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับการใช้ยา”, หยูกยาน่ารู้ , หน้า 16-17, สมาคมเภสัชโรง-พยาบาล (ประเทศไทย) , กรุงเทพมหานคร , พิมพ์ครั้งที่ 2 , 2544

คณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์และข่าวสาร เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย, “ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการใช้ยา”

โฆษณา
เรื่องนี้ถูกเขียนใน สุขภาพ-เพศ และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ ดูแลรักษาตนเอง – หลักการกินยาที่ถูกต้อง

  1. Sakuna Kul พูดว่า:

    ขอบคุณนะคะพี่Vop ได้ประโยชน์มากๆเลย 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s