พัลซาร์ – Pulsar

พัลซาร์ (Pulsar ย่อมาจาก Pulsating Star) คือดาวนิวตรอนที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงมาก และแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาเป็นจังหวะ คาบการหมุนที่สังเกตได้อยู่ระหว่าง 1.4 มิลลิวินาที ถึง 8.5 วินาที  เราสามารถสังเกตเห็นการแผ่รังสีได้จากลำรังสีที่ชี้มาทางโลกเท่านั้น ลักษณะปรากฏการณ์เช่นนี้เรียกว่า ปรากฏการณ์ประภาคาร (lighthouse effect)
พัลซาร์ดวงแรกค้นพบโดยโจเซลีน เบลล์ เบอร์ เนลล์ (Jocelyn Bell Burnell) ในปลายปี ค.ศ. 1976 ในช่วงที่เธอเป็นนักศึกษา และทำงานอยู่กับกล้องโทรทรรศน์วิทยุ เธอก็พบสัญญาณวิทยุที่มีลักษณะเป็น คาบ คือมีคาบ 1.3373011 วินาที ซึ่งเป็นเทหวัตถุแรกที่ค้นพบนอกระบบสุริยะของเรา อาจารย์ที่ปรึกษาของโจเซลี นได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบครั้งนี้

พัลซาร์เกิดจากดาวฤกษ์ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 4 – 8 เท่า เมื่อมันจะตายมันจะไม่ระเบิดกลายเป็นซูเปอร์โนวาเพราะแรงโน้มถ่วงมีค่ามากกว่าปฏิกริยานิวเคลียร์ ทำให้แกนกลางของดาวจะยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว เมื่ออิเล็กตรอนถูกดึงไปรวมกับโปรตรอนจะทำให้ดาวทั้งดวงกลายเป็นนิวตรอนล้วนๆ ซึ่งดาวนิวตรอนที่มวลประมาณ 1.5 เท่าของดวงอาทิตย์จะมีขนาดเหลือเพียง 10 –20 กิโลเมตรเท่านั้น ความหนาแน่นมากมายมหาศาลนี้ ทำให้เนื้อสารของดาวนิวตรอนเพียง 1 ช้อนชา จะมีน้ำหนักถึงหนึ่งพันล้านตัน และสามารถสร้างสนามความโน้มถ่วงที่มีความเข้มมากกว่าโลกเรา ถึง 300,000 เท่า แต่ถ้าขบวนการยุบตัวไม่ยอมหยุด ก็จะพัฒนาต่อไปเป็นหลุมดำ

แกนหมุนและแกนแม่เหล็กของพัลซาร์นั้นไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกันเหมือนกับโลกเรา ทำให้ขั้วเหนือ และขั้วแม่เหล็กเหนือนั้นอยู่คนละที่ สนามแม่เหล็กมีความเข้มกว่าโลกเราถึงหนึ่งแสนล้านเท่า ทำให้แสงและรังสีอื่น ๆ ของดาวถูกบีบให้เป็นลำเหมือนกับไฟจากประภาคาร

ลักษณะที่สำคัญของพัลซาร์คือการรวมกันของสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงและการหมุนรอบตัวเองอย่างรวดเร็วของดาวนิวตรอน โดยพัลซาร์จะค่อยๆหมุนช้าลงตามอายุ แต่ในบางครั้งพัลซาร์ที่มีอายุมาก ๆ ก็จะสามารถหมุนเร็วขึ้นได้โดยอาศัยการดึงดูดมวลจากดาวคู่ของมัน ทั้งนี้เป็นลักษณะสามัญของมวล เมื่อมวลมีขนาดมากขึ้นจะดึงดูดตัวเองให้เล็กลง (รัศมีแคบลง) เมื่อขนาดเล็กลงอัตราการหมุนรอบตัวเองจะเร็วขึ้นเหมือนการงอแขนเข้าหาตัวเองของนัก
สเก็ตน้ำแข็ง

ในปี ค.ศ. 1974 ได้มีการค้นพบพัลซาร์คู่โดย Mulse และ Taylor ซึ่งพัลซาร์คู่ที่พบนั้นมีคาบการหมุนรอบตัวเอง 59 มิลลิวินาที และคาบการโคจรของมันคือ 7 ชั่วโมง 45 นาที ปัจจุบันเราค้นพบพัลซาร์คู่แล้ว 40 ระบบ ระบบดาวคู่พัลซาร์ยังสามารถพิสูจน์ทฤษฎีของไอสไตน์เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงได้ด้วย

ตัวอย่างของพัลซาร์ ที่มีการศึกษากันอย่างมากคือ พัลซาร์ในเนบิวลาปู หรือ M1 ชื่อ PSR 0531+21 ซึ่งอยู่ปลายเขาของกลุ่มดาววัว พัลซาร์นี้เกิดจากดาวฤกษ์มวลมากดวงหนึ่งที่ระเบิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1054 สามารถมองเห็นได้ใน เวลากลางวันนานถึง 23 วัน
บันทึกโดยนักดาราศาสตร์ชาวจีน พัลซาร์ดวงนี้มีคาบ 33.085 มิลลิวินาที หรือหมุนรอบตัวเอง 33 รอบต่อวินาที และที่สำคัญมีดาวเคราะห์โคจรอยู่รอบพัลซาร์ถึง 3 ดวง โดยดาว A มีมวล 15% ของโลกและอยู่ห่างจากพัลซาร์ 0.19 AU. ดาว B มีมีมวล 3.4 เท่าของโลกและ อยู่ห่างจากพัลซาร์ 0.36 AU. และดาว C มีมวล 2.8 เท่าของโลกและอยู่ห่างจากพัลซาร์ 0.47 AU. แต่เนื่องจากพัลซาร์เป็นดาวที่ไม่แผ่รังสีเหมือนดวงอาทิตย์ของเรา ทำให้ดาวเคราะห์ทั้ง 3 นี้ทั้งมืดและเย็น ไม่มีโอกาสที่จะมี สิ่งมีชีวิตได้เลย

Advertisements
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ดาราศาสตร์ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

2 ตอบกลับที่ พัลซาร์ – Pulsar

  1. บอมแบม พูดว่า:

    พัลซาร์สวยดีนะคะ ว่าแต่เราจะสามารถมองเป็นมันได้ด้วยตาเปล่าหรอกเปล่าคะ? จะแบบไกลๆก็ได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s