NASA ใช้ข้อมูลเก่าของยาน Phoenix เพื่อค้นหาน้ำบนดาวอังคารอีกครั้ง

แม้ยานฟีนิกซ์จะหยุดปฏิบัติ การบนดาวอังคารไปแล้ว เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์เสียหาย แต่ข้อมูลที่ยานส่งมาก่อนหน้านี้ยังมีประโยชน์ต่อนักวิทยาศาสตร์ ล่าสุดนาซาให้ทุนวิเคราะห์ข้อมูลจากยานเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง พื้นดินและชั้นบรรยากาศบนดาวแดง รวมถึงการเกิดน้ำด้วย

ภาพ แสดงแผงเซลล์แสงอาทิตย์และแขนกลของยานฟีนิกซ์ขณะขุดตัวอย่างดินขึ้นมา วิเคราะห์ (NASA/JPL-Caltech/University of Arizona/Texas A&M University/ไซน์เดลี)

ยานฟินิกซ์ (Phoenix) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) จอดนิ่งอยู่บนขั้วเหนือของดาวอังคารตั้งแต่เดือน พ.ย.2008 ซึ่งวิศวกรของนาซาไม่สามารถติดต่อกับยานได้ เนื่องจากฤดูหนาวบนดาวอังคารทำให้แผงจ่ายพลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์เสียหาย และภาพถ่ายจากยานอวกาศที่โคจรรอบดาวอังคารเผยให้เห็นความเสียหายบนแผงเซลล์ แสงอาทิตย์ของยานฟีนิกซ์

อย่างไรก็ดี ข้อมูลของยานฟีนิกซ์ไม่ได้ตายตามยานไปด้วย โดยล่าสุดสเปซด็อทคอมรายงานว่า นาซาได้ให้ทุนแก่ ศ.วินเซนต์ เชฟริเออร์ (Vincent Chevrier) นักวิจัยจากศูนย์อวกาศและศาสตร์ระหว่างดวงดาวอาร์คันซัส (Arkansas Center for Space and Planetary Sciences) มหาวิทยาลัยอาร์คันซัส (University of Arkansas) สหรัฐฯ เพื่อศึกษาข้อมูลก่อนที่ยานจะหยุดปฏิบัติการ

ภาพยาน ฟีนิกซ์ที่บันทึกโดยยานที่โคจรรอบดาวอังคาร ในภาพซ้ายมือเห็นจุดสีฟ้าซึ่งแสดงถึงแผงเซลล์อาทิตย์ที่ยังสมบูรณ์ ส่วนภาพขวาแสดงให้เห็นยานที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้รับความเสียหาย (NASA/JPL-Caltech/University of Arizona/สเปซด็อทคอม)

ทั้งนี้ ยานฟีนิกซ์ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อเดือน พ.ค.2008 และปฏิบัติภารกิจที่สำเร็จยาวนานเกินคาดหมายจากที่วางแผนไว้เพียง 3 เดือน โดยยานได้ลำเลียงอุปกรณ์สำหรับเก็บตัวอย่างบนดาวอังคารเพื่อค้นหาสัญญาณว่า สภาพแวดล้อมบนดาวเคราะห์แดงนี้จะเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์หรือ ไม่

ด้านเชฟริเวอร์คาดหวังที่จะทำความเข้าใจให้ดีขึ้นว่า พิ้นดินของดาวอังคารนั้นมีอันตรกริยากับชั้นบรรยากาศอย่างไร ซึ่งรวมถึงอันตรกริยาที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นด้วย โดยเขาจะวิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้น การนำไฟฟ้า ตัวแปรและสภาพยอมความร้อน (heat permittivity) ของดินบนดาวอังคาร ซึ่งสภาพยอมความร้อนนั้นเป็นความสามารถของวัสดุในการส่งผ่านสนามไฟฟ้า

ข้อมูลการวัดหลายสิบครั้งที่เลือกจากการวัดหลายพันครั้งของยาน ฟีนิกซ์ตลอด 6 เดือน จะเผยให้เห็นว่าดินบนดาวอังคารนั้นส่งผลกระทบต่อความเสถียรของน้ำแข็ง และการก่อตัวของสารละลายน้ำเค็มซึ่งมีองค์ประกอบของน้ำอยู่ได้อย่างไร

“กลุ่มของเราได้แสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ในเชิงอุณหพลศาสตร์อย่างไร เพื่อให้ได้ของเหลวที่มีความเสถียรในเวลาไม่กี่ชั่วโมงของวันที่อยู่ภายใต้ ภาวะคงที่ เรายังไม่เข้าใจผลกระทบของเรโกลิธ (regolith) หรือดินในวัฎจักรน้ำมากนัก และข้อมูลจากยานฟีนิกซ์จะให้ความเข้าใจในกระบวนการนี้ได้อย่างลึกซึ้ง” เชฟริเออร์กล่าว

เซฟริเออร์กล่าวว่า หากมีของเหลวบนดาวอังคารจะเป็นสาเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับข้อมูลทาง ไฟฟ้าจากยานฟีนิกซ์ อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือแม้กระทั่งไม่มีการ เปลี่ยนแปลงเลย ซึ่งจะตรวจพบการเปลี่ยนแปลงจากตัวแปรเหล่านี้ได้ เราต้องอาศัยชั้นของเหลวที่ไหลต่อเนื่อง แต่หยดน้ำจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังตรวจสอบธรรมชาติและองค์ประกอบของเกลือในดินบนดาวอังคารบริเวณที่ ยานฟีนิกซ์เก็บตัวอย่าง ซึ่งรวมถึงเพอร์คลอเรต (perchlorate) สารประกอบมีประจุที่ประกอบไปด้วยไฮโดรเจน คลอรีนและออกซิเจน โดยเริ่มต้นภารกิจของยานฟีนิกซ์คือการตรวจสอบการมีอยู่ของเพอร์คลอเรตนี้ใน พื้นผิวดาวอังคาร ซึ่งสารประกอบนี้จะดึงดูดน้ำ นั่นหมายความว่าสารชนิดนี้อาจช่วยควบคุมความชื้นในดินและชั้นบรรยากาศ

เซฟริเออร์กล่าวว่า แบบจำลองทางอุตุนิยมวิทยาของดาวอังคารนั้นยังเป็นข้อมูลพื้นๆ ในขณะที่แบบจำลองเหล่านั้นทำหน้าที่ได้ดีในการทำนายว่าบริเวณใดที่ยานสำรวจ ดาวแดงควรลงจอด แต่แบบจำลองเหล่านั้นกลับล้มเหลวในการอธิบายบรรยากาศอันซับซ้อนของดาว เคราะห์ดวงนี้

จากนี้ทีมวิจัยจะตรวจสอบว่าดินบนดาวอังคารนั้นทำอันตรกริยากับชั้น บรรยากาศอย่างไร โดยการศึกษาการแลกเปลี่ยนไอน้ำระหว่างเกลือ ตลอดจนความเร็วในการดูดซับจุดที่โมเลกุลของน้ำสะสมอยู่รอบๆ เม็ดดิน แล้วพวกเขาจะตรวจสอบชั้นน้ำแข็งที่อยู่ใต้ดินชั้นบนสุด เพื่อหาสัญญาณของการระเหิด (sublimation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ชั้นน้ำแข็งกลายเป็นก๊าซแล้วกระจายไปทั่วเนื้อดิน

หลังจากศึกษาดินดาวอังคารแล้วทีมเชฟริเวอร์จะมุ่งศึกษาน้ำที่เป็นของ เหลวต่อไป โดยเขากล่าวว่าหากเกลือเกิดการแลกเปลี่ยนได้ เกลือเหล่านั้นจะรวมตัวเป็นสารละลายของน้ำทะเล แต่การพิสูจน์เรื่องนี้ยังต้องอาศัยการตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด เพราะการศึกษาของพวกเขาก่อนหน้านั้นแสดงให้เห็นว่าน้ำในรูปของเหลวบนดาว อังคารนั้นจะคงอยู่ได้เพียง 2-3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น

เซฟริเออร์ยังจะตรวจสอบข้อมูลเชิงเคมีอีกครั้งเพื่อตรวจหาการมีอยู่ ของคลอเรตและสารประกอบอื่น ซึ่งขณะนี้ข้อมูลการวัดจากยานฟีนิกซ์ไม่สอดคล้องกับความเข้าใจของนักวิทยา ศาสตร์เกี่ยวกับองค์ประกอบเคมีของดินบนดาวอังคาร โดยเขาและทีมเชื่อว่าความไม่ลงรอยนี้อาจจะอธิบายได้ด้วยการปรากฏของคลอเรต รวมทั้งเพอร์คลอเรตด้วย ซึ่งโมเลกุลของสารทั้งสองปรากฏคล้ายคลึงกันอยู่ในเครื่องมือของยานฟีนิกซ์ และมีความเสถียรใกล้เคียงกันด้วย

Advertisements
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ดาราศาสตร์ และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s