ภาพ Narcissus ของ คาราวัจโจ

ภาพสีน้ำมันบนผืนผ้าใบ เขียนในช่วงปี ค.ศ. 1597 – ค.ศ. 1599 ปัจจุบันเก็บไว้ที่ หอศิลป์โบราณแห่งชาติ กรุงโรม

นานมาแล้ว ยังมีภูตแห่งสายน้ำและผืนป่าอยู่มากมาย ในจำนวนนั้นนับว่านางไม้นาม เอคโค (Echo) เป็นที่หลงใหลมากที่สุด ทั้งงดงามและมีน้ำใจ ที่สำคัญเสียงของเธอยังไพเราะเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นภูตตนอื่นและสัตว์ในป่าจึงล้วนมักขอให้เธอร้องเพลงและเล่านิทานให้ฟังอยู่เสมอ  เอคโคก็ยินดีทำ อีกทั้งเธอยังเป็นที่โปรดปรานของเทพีอโฟรไดท์ (Aphrodite) เทพีแห่งความรักษาจากโอลิมปัส (Olympus)

เทพีอโฟรไดท์เคยให้พรแก่เอคโคว่าหากเอคโคชอบผู้ใดให้มาร้องขอต่อนาง นางจะให้เทพอีรอส (Eros)ไปยิงศรธนูแห่งรัก ทำให้คนนั้นรักต่อเอคโค แต่เอคโคก็ยังไม่ได้ใช้พรนั้น

แต่แล้วโชคร้ายก็เกิดกับเอคโค เธอพบกับเทพซูส (Zeus) มหาเทพแห่งเขาโอลิมปัส และเจ้าแห่งฟากฟ้าซึ่งหลบเทพีเฮรา (Hera) มาหาภูตสาวสวยแห่งแม่น้ำตนหนึ่ง เธอเห็นว่าทั้งสองรักกันก็ยินดีด้วย แต่เมื่อเธอเดินเล่นไปอีกเล็กน้อย ก็พบเข้ากับเทพีเฮรา เอคโคทราบว่าเทพีคงมาตามหาเทพซูส จึงเข้าไปหลอกเทพีเฮราว่านางได้เจอกับซูส และตอนนี้เทพซูสกำลังตามหาเทพีเฮราอยู่ เทพีเฮราหลงเชื่อจึงกลับเขาโอลิมปัสไป เทพซูสทราบว่าเอคโคช่วยท่านจึงได้ประทานแหวนแซฟไฟร์สีน้ำเงินที่สวมอยู่เป็นการตอบแทน

แต่ว่าเมื่อเทพีเฮรากลับไปถึงโอลิมปัส และไม่พบซูสก็โกรธเกรี้ยวเป็นที่สุด และรู้ว่าถูกเอคโคหลอก นางจึงกลับไปที่ป่า และตามหาเอคโค เมื่อพบ นางจึงสาปเอคโคให้ไม่สามารถพูดกับใครได้อีก แต่จะต้องพูดตามคำสุดท้ายของคนที่พูดกับเธอ  เอคโคเสียใจมาก และมองหาทางแก้ไขนางจึงคิดจะไปหาอโฟรไดท์ให้ช่วย

ระหว่างทางก็พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังหลงป่า ชายหนุ่มผู้นี้เป็นผู้ที่มีใบหน้างดงามดุจเทพ เขามีนามว่า นาซิสซัส (Narcissus)  นับแต่เกิดมาไม่เคยมีหญิงใดได้พูดคุยกับเขา นอกจากแม่ของเขาเอง เพราะว่าเมื่อได้พบหน้านาซิสซัส ก็จะหลงต่อความหล่อเหลาจนหมดสติไปทุกคน ดังนั้นนาซิสซัสจึงหลงตัวเป็นที่สุด

เมื่อทั้งสองพบกัน เอคโคก็ตกหลุมรักต่อนาซิสซัสในทันที นาซิสซัสเห็นอีกฝ่ายไม่ได้สลบไปเพราะความหล่อของตนเองก็แปลกใจ แต่ก็รู้สึกว่าดีเพราะจะได้ถามทางได้ จึงเข้าไปคุยกับเอคโค แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามพูดเท่าไร เอคโคก็เพียงตอบแต่คำสุดท้ายของเขา นาซิสซัสโกรธมาก จึงเดินหนีจากไป

เอคโคยิ่งเสียใจ หากไม่อาจบอกรักต่อคนที่ตนรักได้ เอคโคนึกถึงพรของเทพีอโฟรไดท์ จึงได้อธิฐานขอ แต่ว่าเทพีอโฟรไดท์ก็ไม่อาจถอนคำสาปได้ ทำให้เอคโคไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร เมื่อไม่อาจแก้คำสาป นางก็ไม่อาจรักกับนาซิสซัสได้ ดังนั้นเอคโคจึงขอต่ออโฟรไดท์ให้ตนเองหายไป เทพีอโฟรไดท์ให้พรตามนั้น ร่างของเอคโคจึงหายไป แต่ด้วยคำสาปของเทพีเฮรา ทำให้เอคโคต้องคอยพูดคำสุดท้ายของคนอื่นต่อไป

เทพีอโฟรไดท์รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมต่อเอคโค นางจึงสาปต่อนาซิสซัสผู้ที่ทำให้เอคโคเสียใจ เพราะว่านาซิสซัสหลงตัวเองยิ่งนัก นางจึงสาปให้นาซิสซัสได้รักกับคนที่ไม่อาจรักตอบเขาได้ตลอดกาล

ด้วยคำสาป เมื่อนาซิสซัสเดินต่อไปก็พบกับสายน้ำใหญ่ เขานั่งพัก ก็มองไปเห็นเงาของตนเอง แต่นาซิสซัสกับมองเห็นเป็นหญิงสาวที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา และหลงรักหญิงสาวนั้นจนหมดใจ

นาซิสซัสพยายามพูดกับเงาของตน เมื่อเขาพูด เสียงของเอคโคก็จะพูดคำสุดท้ายของเขา นาซิสซัสก็หลงต่อเสียงนั้น และเพียงจ้องมองใบหน้าในน้ำ จ้องมอง จ้องมอง และจ้องมอง หวังว่าสักวันหญิงสาวนั้นจะออกมาพบกัน

วันคืนผ่านไป นาซิสซัสผู้หลงรักเงาของตนยังคงอยู่ตรงนั้น เงาของภูติทำให้ไม่มีใครหาเขาพบ และสุดท้ายขาของนาซิสซัสก็กลายเป็นรากจมอยู่ในดิน เส้นผมของยาวขึ้น พันกัน เกิดมีใบไม้โผล่ออกมา ใบหน้าอันซูบผอมและเส้นผมสีเหลืองทองกลายเป็นเกสรสีเหลืองและกลีบสีขาว นาซิสซัสผู้หลงเงาได้กลายเป็นดอกไม้สีเหลืองสวยงาม “นาซิสซัส” ซึ่งจะเติบโตบนชายฝั่งแม่น้ำและมองภาพสะท้อนของตัวมันบนสายน้ำ และเอคโคภูติสาวที่คอยตอบคำสุดท้ายของคนอยู่ตลอดกาลนาน

ภาพเขียนสื่อบรรยากาศทางอารมณ์ที่หดหู่ (brooding melancholy) โดยนาร์ซิสซัสล็อกตัวเป็นวงกลมกับเงาของตนเองในน้ำล้อมกลางภาพ รอบตัวเป็นเงามืดรอบข้างที่ทำให้เน้นว่าความเป็นจริงภายในภาพมีแต่เพียงการจ้องดูเงาของตัวเองของนาร์ซิสซัสเท่านั้น ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 นักวิจารณ์วรรณกรรมโทมมัสโซ สติเกลียนิ (Tommaso Stigliani) อธิบายความมีมนต์ขลังของนาร์ซิสซัสว่าเป็นการ “แสดงอย่างเห็นได้ชัดถึงความไม่มีความสุขของผู้ที่รักสิ่งของของตัวเองมากเกินไป”


Advertisements
เรื่องนี้ถูกเขียนใน งานศิลป์, เทพเจ้ากรีก และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s