1 ปีบนดาวเนปจูน นานเท่า 165 ปีบนโลก

“เนปจูน” ดาวเคราะห์ดวงที่ 8 ในระบบสุริยะ ใกล้จะโคจรครบรอบดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรกในวันที่ 23 ก.ย.ปีหน้า นับตั้งแต่ได้รับการยืนยันการค้นพบโดยนักดาราศาสตร์เยอรมัน ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 165 ปีกว่าจะได้กลับมาปรากฎที่ตำแหน่งเดิม

สเปซด็อตคอมรายงานว่า ดาวเนปจูน (Neptune) ได้โคจรเข้าสู่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์พอดิบพอดี เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยดวงอาทิตย์ โลก และดาวเนปจูน เรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรง ซึ่งทำให้เนปจูนอยู่ในตำแหน่งสูงที่สุดบนท้องฟ้าในเวลาประมาณเที่ยงคืนพอดี และยังเป็นตำแหน่งที่ดาวเคราะห์ดวงที่ 8 ของระบบสุริยะอยู่ใกล้โลกมากที่สุดด้วย

ทั้งนี้ การที่ดาวเนปจูนโคจรเข้าสู่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในคราวนี้ ยังมีความพิเศษอย่างมาก นั่นคือ ดาวเนปจูนกำลังโคจรกลับเข้ามาสู่ตำแหน่งเดิม เมื่อครั้งที่นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 1846 และบังเอิญว่าในปีนั้นดาวเนปจูนก็อยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในวัน ที่ 20 ส.ค. เช่นกัน แม้ว่าขณะนั้นดาวเคราะห์ดวงนี้ยังไม่ได้รับการค้นพบจากนักดาราศาสตร์ก็ตาม

อีกทั้ง องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้ระบุว่า ใน วันที่ 23 ก.ย.ปีหน้า ดาวเนปจูนจะเคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งเดียวกับเมื่อครั้งที่นักดาราศาสตร์ส่องพบ ดาวเนปจูนเป็นครั้งแรก ซึ่งจะเป็นวันที่ว่าดาวเนปจูนได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบเป็นครั้งแรก หลังจากที่นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 8 ของระบบสุริยะของเราเมื่อ 165 ปีก่อน

การค้นพบดาวเนปจูนนั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากในสมัยก่อน หลังจากที่เซอร์วิลเลียม เฮอร์เชล (Sir William Herschel) นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษ ค้นพบดาวยูเรนัส (Uranus) โดยบังเอิญ ในปี 1781 ในช่วงที่เขากำลังส่องกล้องมองหาวัตถุท้องฟ้า เมื่อเวลาผ่านไปนักดาราศาสตร์พบว่า ตำแหน่งของดาวยูเรนัสไม่เป็นไปตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้ทั้งหมด ทำให้นักดาราศาสตร์ที่ศึกษาด้านคณิตศาสตร์เริ่มสงสัยกันว่า ดาวยูเรนัสอาจถูกรบกวนจากดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งที่อยู่ถัดออกไป

ในช่วงกลางทศวรรษ 1840 จอห์น เคาช์ อดัมส์ (John Couch Adams) นักดาราศาสตร์คณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ และอูร์แบง เลอ แวรีเย (Urbain Le Verrier) นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ต่างคนต่างใช้หลักคณิตศาสตร์คำนวณหาว่า ดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่ง ที่คาดว่ามีอยู่นั้น น่าจะอยู่ในตำแหน่งใดที่สามารถส่งอิทธิพลถึงดาวยูเรนัสได้

โยฮันน์ กัลเลอ (Johann Galle) ผู้ส่องกล้องโทรทรรศน์เห็นดาวเนปจูนเป็นคนแรกเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 1846

ในที่สุด เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 1846 โยฮันน์ กัลเลอ (Johann Galle) นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมันก็ค้นพบดาวเคราะห์สีเขียวแกมน้ำเงินดวงเล็กๆ หลังใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องมองไปบนท้องฟ้าตรงบริเวณที่ได้มีการคำนวณไว้ก่อน หน้านั้นว่าน่าจะเป็นตำแหน่งของดาวเคราะห์อีกดวงที่นักดาราศาสตร์กำลังค้นหา

ดาวเคราะห์ดวงใหม่นี้ก็ได้รับการตั้งชื่อให้ว่า “เนปจูน” แต่ก็ทำให้เกิดศึกทางวิชาการระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสโดยมีเกียรติของนัก ดาราศาสตร์ผู้คำนวณตำแหน่งของดาวเนปจูนได้เป็นคนแรกเป็นเดิมพัน แต่สุดท้ายทั้งอดัมส์, เลอ แวรีเย และกัลเลอก็ได้รับเกียรติร่วมกันในฐานะผู้ค้นพบดาวเนปจูน

อย่างไรก็ดี กัลเลอไม่ใช่บุคคลแรกที่ส่องกล้องโทรทรรศน์พบดาวเนปจูน ก่อนหน้านั้นกาลิเลโอ กาลิเลอิ (Galileo Galilei) นักดาราศาสตร์อิตาลีผู้มีชื่อเสียง ได้เคยใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องพบเห็นดาวเนปจูนมาแล้วถึง 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 1612 และวันที่ 27 ม.ค. 1613 แต่กาลิเลโอเข้าใจผิด คิดว่านั่นคือดาวฤกษ์ ทั้งนี้เนื่องจากกล้องโทรทรรศน์ของเขามีขนาดเล็ก และคุณภาพยังไม่ดีมากนัก อีกทั้งเป็นความบังเอิญที่เขาสังเกตเห็นดาวเนปจูนอยู่ในตำแหน่งเดิม ในขณะที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ มีการเปลี่ยนตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา

ดาวเนปจูนรั้งตำแหน่งดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ มากที่สุดเป็นเวลานานเกือบศตวรรษ จนกระทั่ง ไคลด์ ทอมบอกจ์ (Clyde Tombaugh) นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันได้ค้นพบดาวพลูโต (Pluto) ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ในระบบสุริยะเมื่อปี 1930 ทว่าเมื่อปี 2006 สมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล หรือไอเอยู (IAU) ได้ลดฐานะดาวพลูโตจากดาวเคราะห์ให้เป็นแค่ดาวเคราะห์แคระเท่านั้น ดาวเนปจูนจึงได้ครองตำแหน่งดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุดอีก ครั้งจนถึงตอนนี้

ดาวเนปจูนอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์เป็นระยะทาง 30 หน่วยดาราศาสตร์ (30 AU) [1 AU = ระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลก] และมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กเพียง 49,500 กิโลเมตร ทำให้เมื่อส่องดูด้วยกล้องโทรทรรศน์ขนาดสมัครเล่นจึงสังเกตเห็นดาวเนปจูนมี ขนาดเล็กและสลัวๆ

ขณะที่ดาวยูเรนัสนั้น เราสามารถมองเห็นแสงริบหรี่ๆ ได้ด้วยตาเปล่าหากอยู่ในสถานที่ที่ท้องฟ้ากระจ่างและเห็นดาวชัดเจน แต่ ดาวเนปจูนต้องใช้กล้องกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ส่องดูจึงจะมองเห็นได้ และจะเห็นดาวเนปจูนมีลักษณะคล้ายกับดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง แต่เราสามารถแยกออกจากดาวฤกษ์ได้ด้วยสีเขียวแกมน้ำเงินของดาวเนปจูน

รูปเปรียบเทียบขนาดของดาวเคราะห์ที่เรารู้จัก ในภาพจะเห็นเนปจูนเป็นสีน้ำเงินเข้ม

แม้จะมีขนาดเล็กมากเมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์ และอาจดูแคระไปเลย เมื่อเทียบกับดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ แต่เส้นผ่านศูนย์กลางของดาวเนปจูนก็ยังมากกว่าโลกถึง 4 เท่า.

ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th

Advertisements
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ดาราศาสตร์ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s