วันอาทิตย์ 19 กันยาฯ

วันนี้วันอาทิตย์ และเป็นวันที่ 19 กันยา

วันนี้เป็นวันครบรอบ 4 ปีของการรัฐประหารครั้งล่าสุดในประเทศไทย และเป็นวันครบ 4 เดือนของเหตุการณ์นองเลือดครั้งสำคัญในกรุงเทพฯ

เหตุการณ์ทั้งสองที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับประเทศนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทศวรรษนี้ ทศวรรษที่โลกใบนี้กำลังนับถอยหลังสู่ภัยร้ายที่ใหญ่หลวงกว่าการมาทะเลาะกันเองของคนที่พูดภาษาเดียวกัน ภัยร้ายที่เป็น ภัยส่วนรวมของมนุษยชาติ นั่นคือภัยธรรมชาติที่เลวร้ายลงทุกขณะ

ขอหักมุมนิด …เปล่า ผมไม่ได้จะบ่นเรื่องการเมือง เพราะบ่นไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

และยังไม่เขียนเรื่องภัยพิบัติ เพราะต้องรอข้อมูลอีกบางส่วน

ผมกำลังนึกถึง “วันอาทิตย์” ผมเลยนึกเลยไปถึง “วันพระ”

เกี่ยวกันยังไงหรือ …

ผมไปใส่บาตรทุกวัน ..13 ปีแล้ว

วันอาทิตย์และวันพระ เป็นวันที่คนมาใส่บาตรมากที่สุด

อาจเป็นเพราะเป็นวันพระ อาจเป็นเพราะวันอาทิตย์ไม่ต้องไปทำงาน ทุกคนเลยมีเวลาช่วงเช้า

แต่ที่ผมสังเกต ก็คือวันพระสมัยนี้ พระไม่อยู่ในวัด แต่ออกมารับบาตร ..อาจเป็นเฉพาะวัดแถวบ้านผม

เมื่อก่อนคนไปวัดวันพระตามกุศโลบายที่พระไม่ออกมา เพื่อให้ไปรวมตัวกัน ทำบุญ ฟังเทศน์ ฟังธรรม

แล้วคนห่างวัดออกมาเรื่อยๆเพราะอะไร คนไม่อยากฟังเทศน์เพราะอะไร คนห่างวัดจนทางการต้อง “เสริฟ” เทศน์ทางวิทยุโทรทัศน์ในวันอาทิตย์

ทำไม ? พระเทศน์ไม่น่าฟังหรือ โน้สอุดมน่าฟังกว่า ? ไม่สิ ฟังเทศน์มีรางวัลหลอกล่อด้วยนะ คือสวรรค์ บัตรก็ไม่แพงเท่า

ความน่าเบื่อไง มันไม่ตอบโจทย์

พระเทศน์เรื่องอะไร ทศชาติ อืมม์.. มันไม่เหมาะแล้ว อุตส่าห์เปลี่ยนไปเป็นบันเทิง ให้พระเณรมาร้องเพลงเทศน์ ออกแนวบันเทิง แต่มันก็ไม่ใช่

ไอ้การหลอกล่อว่าทนๆฟังไปเถอะ ครบชั่วโมงก็จ่ายค่าติดกรรณ์เทศน์ซื้อตั๋วไปสวรรค์ มันไม่ work กับคนสมัยนี้ สมัยที่คนเนรมิตสวรรค์ได้บนโลกใบนี้ ไม่ต้องรอให้ตายก่อน

นิทานเรืองเจ้าชายเสียสละบุตรธิดาให้จอมขอ เลยไม่น่าสนใจ พาลเอาทำให้คนสมัยนี้เข้าใจไม่ได้ว่าเจ้าชายเอาครอบครัวไปยกให้คนอื่นได้ยังไง

ต้องปฏิรูปการเทศน์ซะใหม่ ให้น่าฟัง แก้ปัญหาความทุกข์ได้ (มรรค) ให้แนวทางที่เป็นไปเพื่อความฉลาดไม่ร้อนใจภายหลัง (กุศล) ได้

เลิกเล่านิทานซะที เลิกเอาสวรรค์มาล่อซะที เพราะบุญไม่ใช่ของที่ “ซื้อ” ได้ กุศสลไม่ใช่ของที่ได้มาจากความหลงเชื่อตามๆกันไป

ตัวพระนั่นแหละ ท่านต้องปฏิรูป เอาเวลามาทุ่มเทเพื่อการ “ให้” ไม่ใช่ “รับ”

พระทุกวันนี้ “รับ” อย่างเดียว ท่านขาดสิ่งที่ต้องทำไปมากหลาย ขาดความเชื่อมต่อกับสังคม ขาดจิตนำสึกที่จะรับผิดชอบสังคม

ลองดูสิครับ ลองดู ลองเปลี่ยนชีวิตการบวช (ปะวะชะ-การละทิ้ง) ลองกลับมาตอบแทนสังคม ไม่เปิดโฟนเรียกคนให้เอาเหรียญไปหยอดใส่บาตรพระประจำวัน ลูกนิมิต หรือขอเงินไปสร้างสิ่งปลูกสร้าง…

ไม่ “ขอ” แต่ จง “ให้”

จง “ให้” ผ่านการเทศน์ที่พาเอาคนฟังฉลาดขึ้น ไม่ใช่วนอยู่ที่เดิม.. นิทาน …รางวัล

ท่านจงให้ “แนวคิด” ให้ ทิฎฐิ ที่ถูกและตรง

จะหาทางอย่างไรก็เป็นทางของท่าน ผมไม่ทราบ  แต่ขอให้ตอบแทนสังคมโดยให้ความรู้ที่สังคมนี้ขาดไป

ให้เมืองไทยหายป่วย เลิกกราบไหว้แมวสามขาหกขา หรือต้นไม้ประหลาด ..ให้ทุกคนกลับมามี “ปัญญา” เลิกสาดน้ำมนต์ ขายวัตถุบูชา ออกจากความมืดมนกัน

ได้โปรด…

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน บ่น บ่น คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s