21 ก.ย. 2546 ยานกาลิเลโอ ทำลายตัวเองหลังเสร็จภารกิจ

ปี ค.ศ.1989 : ยานกาลิเลโอ (Galileo Space Probe) เริ่มต้นเดินทางจากโลกสู่ดาวพฤหัสบดี

ภารกิจหลักของ ยานกาลิเลโอ คือ การสำรวจดาวพฤหัสบดีและดวงจันทร์ขนาดใหญ่ 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี โดยละเอียด อย่างที่ไม่เคยมียานอวกาศลำใดทำมาก่อน ยานกาลิเลโอ ถูก ส่งขึ้นจากโลก โดยยานขนส่งอวกาศลำหนึ่ง เมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.1989 ก่อนที่จะเริ่มต้นการเดินทางอันยาวนานประมาณ 6 ปี เพื่อให้ถึงดาวพฤหัสบดี ปลายปี ค.ศ.1995

ยานกาลิเลโอ เป็นยานสำรวจอวกาศขนาดใหญ่ หนัก 2,222 กิโลกรัม โดยที่ครึ่งหนึ่งของน้ำหนักเป็นเชื้อเพลิง ยานกาลิเลโอ ประกอบด้วย ส่วนสำคัญสองส่วน คือ ส่วนเป็น ยานอวกาศหลัก ซึ่งจะเดินทางไปจนกระทั่งถึงดาวพฤหัสบดี สำรวจดาวพฤหัสบดีจากอวกาศ แล้วก็เดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ขนาดใหญ่ 4 ดวงของดาวพฤหัสบดีต่อ และส่วนเป็น ยานสำรวจลำเล็ก ติดอยู่กับยานลำแม่ ซึ่งเมื่อเดินทางไปจนกระทั่งเกือบถึงดาวพฤหัสบดี จะถูกปล่อยออกจากยานลำแม่ เดินทางต่อไปตามลำพัง แล้วพุ่งลงสู่ดาวพฤหัสบดี เพื่อสำรวจบรรยากาศของดาวพฤหัสบดีโดยตรง ยานสำรวจลำลูกนี้ จะมีร่มชูชีพเพื่อชะลอการตกลงสู่พื้นผิวดาวพฤหัสบดี เพื่อให้ยานสำรวจลำลูกนี้ ได้สำรวจบรรยากาศของดาวพฤหัสบดีโดยละเอียด ก่อนที่จะถูกบรรยากาศอันหนาแน่นของดาวพฤหัสบดี ทำลายให้หมดสภาพจะศึกษาบรรยากาศของดาวพฤหัสบดีได้

ยานกาลิเลโอ มี อุปกรณ์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ เพื่อศึกษาดาวพฤหัสบดี และดวงจันทร์ขนาดใหญ่ 4 ดวงของดาวพฤหัสบดี ติดอยู่กับยานลำแม่สิบชนิด และติดอยู่กับยานลำลูก ที่จะลงสู่บรรยากาศของดาวพฤหัสบดีหกชนิด ทั้งนี้ ไม่รวมเครื่องวัดสนามแม่เหล็ก (เครื่องแมกนีโตมิเตอร์) จำนวนหนึ่ง ซึ่งติดตั้งอยู่กับแขนของยานกาลิเลโอ ยาว 11 เมตร ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการรบกวนผลการทำงาน ของเครื่องแมกนีโตมิเตอร์ จากส่วนเป็นแกนหลักของยานกาลิเลโอ

โครงการกาลิเลโอ เกี่ยวข้อง กับนักวิทยาศาสตร์เป็นจำนวนกว่าหนึ่งร้อยคน จากหกประเทศ การส่งภาพและข้อมูลจากยานกาลิเลโอกลับมายังโลก ตามแผนของระบบที่กำหนดไว้ จะส่งผ่านทางเสาอากาศหลัก มีลักษณะคล้ายร่ม ซึ่งในการเดินทางขึ้นจากโลก จะอยู่ในสภาพถูกเก็บคล้ายร่มถูกหุบเอาไว้กับเสาหลัก จนกระทั่งเมื่อถึงเดือนเมษายน ค.ศ.1991 จึงจะถูกสั่งจากโลกให้กางออก แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงกำหนดจริงๆ เสาอากาศหลักของยานกาลิเลโอ ไม่ยอมกางออกเต็มที่ ทำให้การส่งภาพและข้อมูลจากยานกาลิเลโอ ผ่านทางเสาอากาศหลัก ทำไม่ได้ แต่โชคดีที่ยานกาลิเลโอ ยังมีเสาอากาศสำรองขนาดเล็ก ทำให้โลกสามารถรับภาพ และสัญญาณจากยานกาลิเลโอได้ แต่ก็เป็นไปอย่างช้าๆ

การเดินทางสู่ดาวพฤหัสบดีของ ยานกาลิเลโอ เป็นการเดินทางตามเส้นทางที่อ้อม และใช้เวลามาก มิใช่เป็นการเดินทางจากโลกสู่ดาวพฤหัสบดี โดยเส้นทางที่ตรง หรือสั้นที่สุด ทั้งนี้ เพราะยานกาลิเลโอ ไม่มีเชื้อเพลิงมากพอที่จะเดินทางจากโลกสู่ดาวพฤหัสบดีโดยตรง

เส้นทางการเดินทางของยานกาลิเลโอ ซึ่งประหยัดเชื้อเพลิง นั้น ต้องอาศัย แรงดึงดูดของดาวศุกร์และของดาวเคราะห์โลก เอง เป็นตัวทั้งดึงและส่งให้ยานกาลิเลโอ เดินทางไปจนกระทั่งให้ถึงดาวพฤหัสบดีได้ โดยในสามปีแรก เป็นการเดินทางย้อนไปมาระหว่างโลกกับดาวศุกร์ ยานกาลิเลโอ เดินทางไปถึงดาวศุกร์รอบแรก เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1990 กลับมายังโลกเดือนธันวาคม ค.ศ.1990 ผ่าน และสำรวจดาวเคราะห์น้อย กัสพารา (Gaspara) เดือนตุลาคม ค.ศ.1991 ผ่านโลกครั้งที่สอง เดือนธันวาคม ค.ศ. 1992 หลังจากนั้น ยานกาลิเลโอจึงมีแรงส่งจากดาวเคราะห์โลก และดาวศุกร์มากพอสำหรับการเดินทางต่อไปให้ถึงดาวพฤหัสบดี ในปี ค.ศ.1995

หลังจากส่งส่วนหัว (Probe) เข้าไปเพื่อถ่ายภาพและเก็บข้อมูลในชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัส เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2546 ยานกาลิเลโอก็เสร็จสิ้นภารกิจและถูกบังคับให้ทำลายตัวเองในชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัส

ขอบคุณ http://www.pantip.com/cafe/wahkor/article/chaiwat/cwt_bkkbz269.html

Advertisements
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ดาราศาสตร์ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s