คลังเก็บรายเดือน: พฤศจิกายน 2010

อินโดฯประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุด ภูเขาไฟโบรโมเริ่มพ่นเถ้าถ่าน

AFP- ภูเขาไฟโบรโม ความสูง 2,770 เมตร แหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามแห่งเกาะชวาตะวันออกของอินโดนีเซีย เริ่มพ่นเถ้าถ่านและกลุ่มควันหนาทึบขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ล่าสุดรัฐบาลอินโดนีเซียประกาศปิดสนามบิน อับดุล รัชมาน ซาเลห์ ในเมืองมาลัง ซึ่งอยู่ห่างจากภูเขาไฟโบรโมประมาณ 25 กิโลเมตร โดยสั่งปิดจนถึงวันที่ 4 ธันวาคมนี้ เนื่องจากเถ้าถ่านภูเขาไฟมีสารเคมีบางชนิดที่อาจทำให้เครื่องยนตร์เกิดปัญหาได้ และยังบดบังทัศวิสัยในการบินด้วย ส่งผลให้เที่ยวบินจากกรุงจาการ์ตาประมาณ 10 เที่ยวต่อวันไม่สามารถขึ้นลงได้ ภูเขาไฟโบรโม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ โบรโม-เตงเกอร์-เซเมรู ซึ่งเป็นแอ่งภูเขาไฟขนาดใหญ่เริ่มมีการปะทุตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา และขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดแล้ว     ที่มา- http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9530000168501

โพสท์ใน ภัยพิบัติ | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ระบบแจ้งเตือนสึนามิ

ระบบแจ้งเตือนคลื่นสึนามิระบบแรกของโลกถูกจัดตั้งขึ้นหลังจากอุบัติภัยที่หมู่เกาะฮาวายในปี พ.ศ.2489 สหรัฐอเมริกาจัดตั้ง “ศูนย์แจ้งเตือนคลื่นสึนามิแปซิฟิก” (Pacific Tsunami Warning Center) หรือ PTWC โดยมีติดตั้งสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวจำนวน 50 แห่ง รอบมหาสมุทรแปซิฟิก ระบบทำงานโดยการตรวจจับคลื่นแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว (Seismic wave) ซึ่ง เดินทางรวดเร็วกว่าคลื่นสึนามิ 15 เท่า ข้อมูลที่ตรวจวัดได้จากทุกสถานีถูกนำรวมกันเพื่อพยากรณ์หาตำแหน่งที่มีความ เป็นไปได้ที่จะเกิดคลื่นสึนามิ เมื่อคลื่นสึนามิถูกตรวจพบ ระบบจะแจ้งเตือนเมืองที่อยู่ชายฝั่ง รวมทั้งประมาณเวลาสถานการณ์ที่คลื่นจะเข้าถึงชายฝั่ง เพื่อที่จะอพยพประชาชนไปอยู่ที่สูง และให้เรือที่จอดอยู่ชายฝั่งเดินทางสู่ท้องทะเลลึกที่ซึ่งคลื่นสึนาส่งไม่ ส่งผลกระทบอันใด อย่างไรก็ตามระบบเตือนภัยนี้สามารถทำการแจ้งเตือนล่วงหน้าเพียงไม่กี่ ชั่วโมงเท่านั้น การอพยพผู้คนมักทำได้ไม่ทันท่วงที เนื่องจากคลื่นสึนามิเดินทางเร็วมาก จึงได้มีการพัฒนาระบบที่ดีกว่าขึ้นมา ระบบเตือนภัย DART DART ย่อมาจาก Deep-ocean Assessment … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน ภัยพิบัติ | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

CERN สามารถผลิตและจับปฏิสสารได้แล้ว

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการทดลองอัลฟา (ALPHA) ของเซิร์น (CERN) ซึ่งผลิตและตรวจจับอะตอมของแอนตีไฮโดรเจน (antihydrogen) และได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานดังกล่าวลงในวารสารเนเจอร์ (Nature) และเซิร์นนั้นมีห้องปฏิบัติการที่สร้างขึ้นเพื่อศึกษาแอนตีโปรตอนพลังงานต่ำ โดยเฉพาะเพียงแห่งเดียวในโลกและประสบความสำเร็จในงานวิจัยครั้งนี้ ภาพจากห้องปฏิบัติการอัลฟาซึ่งแสดงให้เห็นแอนตีไฮโดรเจนที่ไม่ถูกจับและสลายตัว อยู่ภายในเครื่องตรวจจับการทำลายล้างของอัลฟา ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดในรัศมีอิเล็กโทรด 22.3 มิลลิเมตร ทั้งนี้ ปฏิสสาร (Antimatter) เป็นหนึ่งในปัญหาวิทยาศาสตร์ลึกลับที่สุด ซึ่งสสารและปฏิสสารนั้นมีประจุต่างกัน และจะทำลายล้างซึ่งกันและกันเมื่อมาพบกัน และตามทฤษฎีระหว่างเกิดระเบิดบิกแบง (Big Bang) ทั้งสสารและปฏิสสารน่าจะถูกผลิตขึ้นในจำนวนเท่าๆ กัน แต่โลกที่เป็นอยู่นั้นสร้างขึ้นจากสสาร และดูคล้ายว่าไม่มีปฏิสสารปรากฏอยู่ ภาพจำลองการทดลองผลิตแอนตีไฮโดรเจนและขั้นตอนการตรวจจับปฏิสสาร 1.แอนตีโปรตอนและโพสิตรอนถูกยิงเข้าไปในสุญญากาศเพื่อผลิตอะตอมแอนตี ไฮโดรเจน 2.อุณหภูมิภายในสูงกว่าศูนย์องศาสัมบูรณ์เล็กน้อย ซึ่งช่วยยืดอายุปฏิสสารออกไป 3.สนามแม่เหล็กที่ซับซ้อนและมีความเข้มสูงถูกใช้เพื่อรักษาอะตอมแอนตี ไฮโดรเจน ไม่ให้สัมผัสสสาร เพื่อหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับปฏิสสารนั้น นักวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยหลายวิธีในการค้นหาคุณสมบัติที่แตกต่างเพียงเล็ก น้อยระหว่างสสารและปฏิสสาร ซึ่งอาจจะชี้ทางสว่างให้แก่พวกเขาได้ … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน อะไร อะไร | ติดป้ายกำกับ , | 2 ความเห็น

ภาพแสงเหนือที่นอร์เวย์เมื่อวานนี้

พายุสุริยะที่เข้าสู่โลกเมื่อวานซืน ก่อให้เกิดแสงเหนือขึ้นหลายบริเวณ ภาพนี้ถ่ายโดย Aystein Lunde Ingvaldsen ที่บริเวณทางตอนเหนือของนอร์เวย์ วานนี้

โพสท์ใน ดาราศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , , , , | 1 ความเห็น

เบลเลโรฟอน วีรบุรุษผู้ขี่ม้าบินปราบอสูรไคเมรา

เจ้าชายเบลเลโรฟอน พระโอรสแห่งราชา Glaucus ผู้ปกครองโครินธ์ เมืองแห่งสถาปัตยกรรมบัวปลายเสาที่งดงาม รู้จักกันภายหลังว่าศิลปะแบบคอรินเธียน เบลเลโรฟอน แปลว่า ผู้สังหารเบลเลรัส มีชื่อจริงว่า ฮิปโปโนอัส ได้รับการฝึกสอนการขี่ม้าจากพ่อของเขาจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการขี่ม้ามากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อหนุ่มได้ออกขี่ม้าล่าสัตว์กับน้องชายตน แต่พลั้งมือฆ่าน้องชายโดยอุบัติเหตุ แม้ เบลเลโรฟอน จะเสียใจมากแต่ด้วยกลัวอาญาแผ่นดินจึงอออกหนีไป เบลเลโรฟอน หนีไปอยู่กับญาติชื่อพระราชาโปรตัส หรือโปรเตอุส แต่ราชนีของพระราชามาหลงชอบ เบลเลโรฟอน ไม่เล่นด้วย นา่งจึงแกล้งใส่ความจนราชาโปรตัสกริ้วหาทางกำจัดเขา โปรตัสจึงออกอุบายยืมมือฆ่าคน โดยไหว้วานให้ เบลเลโรฟอน นำสาส์นไปให้พระญาติที่ชื่อไอโอเบเทสแห่งเมืองลีเซีย ในสาส์นนั้นเชียนไว้ให้ราชาไอโอเบเทสสังหารคนที่ถือสาส์นมา แต่ราชาแห่งลีเซียรู้ว่า เบลเลโรฟอน เป็นคนมีฝีมือจึงไม่กล้ากระทำการ ราชาแห่งลีเซียคิดอุบายยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะที่เมืองลิเซียนี้ ทุกคืนจะมีอสูรร้าย  คีเมรา หรือ ไคเมรา (Chimera)  สัตว์ประหลาดที่มีหัวเป็นสิงโตตัวเป็นแพะหางเป็นมังกรและมีลมหายใจเป็นไฟ … อ่านเพิ่มเติม

โพสท์ใน เทพเจ้ากรีก | ติดป้ายกำกับ , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

ครบ 143 ปีหนังสือแสดงกิจจานุกิจ หนังสือไทยเล่มแรกที่อธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์สำเร็จเป็นครั้งแรก

21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2410 หนังสือแสดงกิจจานุกิจ ตีพิมพ์สำเร็จเป็นครั้งแรก เป็นหนังสือไทยเล่มแรกที่อธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์และศาสนาอย่างทันสมัยที่สุด จัดพิมพ์โดย เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) เหตุที่ท่านจัดทำหนังสือเล่มนี้ เพราะเห็นว่าตำราไทยสมัยนั้นไม่มีสาระแก่นสาร ไม่ทำให้ผู้อ่านนำไปคิดต่อ ความรู้ในหนังสือไม่ทันสมัย ท่านจึงรวบรวมเอาสิ่งที่ขณะนั้นยังไม่ทราบกันมาตีพิมพ์ นอกจากนี้ท่านยังนำเสนอแก่นของพุทธศาสนาเพื่อเป็นการลบล้างการโจมตีพุทธ ศาสนาของหมอสอนศาสนาที่พยายามเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย หนังสือเล่มนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติ และมีผู้สนใจนำบางตอนไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ที่กรุงลอนดอน เมื่อปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) โดยใช้ชื่อว่า เดอะ โมเดิน บุดดิสท์ (The Modern Buddhist) หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องในต่างประเทศ เป็นหนังสือสำคัญที่ให้ความรู้ด้านพุทธศาสนาและเกือบจะนับได้ว่าเป็นหนังสือ เล่มแรกของไทยที่ได้มีการนำออกไปแปลและพิมพ์จำหน่ายในต่างประเทศ

โพสท์ใน อะไร อะไร | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

ภาพฝนดาวตกลีโอนิคส์ปีนี้ จากกล้องของฝรั่ง

ภาพฝนดาวตกลัโอนิคส์ที่ถ่ายได้ในปีนี้ (2553) จากจำนวนการตกเฉลี่ย 20 ดวง/ฃม แต่ในเมืองไทยไม่ค่อยได้เห็นกันเพราะฟ้าไม่เปิด

โพสท์ใน ภัยพิบัติ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น