จำนวนครั้งของแผ่นดินไหวต่อปี

CCz4kZlWEAAZ8hI ตารางด้านบนแสดงให้เห็นจำนวนของแผ่นดินไหวต่อปีทั่วโลกแยกตามขนาด (ไม่รวมอาฟเตอร์ช็อค)  จะเห็นว่า แผ่นดินไหวขนาดยักษ์ (Great) ที่ใหญ่ว่า 8.0 จะเกิดปีละครั้ง ขนาดใหญ่ (Major) คือช่วง 7.0 ถึง 7.9 จะเกิดเดือนละครั้ง ขนาดปานกลาง (Moderate) คือช่วง 5.0 ถึง 5.9 เกิดวันละ 3-4 ครั้ง ในตารางนี้ไม่รวมแผ่นดินไหวขนาดจิ๋ว (Micro) หรือเล็กกว่า 2.9 ซึ่งเกิดถี่ถึงปีละราว 1.3 ล้านครั้ง หรือ นาทีละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะขนาดเล็กกว่า 2.0 นั้นเกิดถึงราววันละกว่า 8,000 ครั้ง ที่ไหนซักแห่งในโลก

ความถี่ของแผ่นดินไหวในตารางนี้คือ จำนวนการเกิดเป็นปกติตามธรรมชาติ แผ่นดินไหวไม่ได้เกิดเพิ่มมากขึ้นตามที่คนสมัยนี้มักจะพูดกัน แต่ที่รู้สึกกันไปว่าเกิดเป็นจำนวนมาก เพราะระบบสื่อสารแจ้งข่าวปัจจุบันเร็วขึ้น ละเอียดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีสื่อออนไลน์ ทำให้คิดไปเองว่าแผ่นดินไหวมีการเกิดมากขึ้นตามไปด้วยMEANEQPERYEAR

Advertisements
โพสท์ใน ภัยพิบัติ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

ปี 2557 ที่ผ่านมา อุณหูมิเฉลี่ยของผิวโลกสูงสุดในรอบ 135 ปี

_80328072_2014_annual_w-colorbar

มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการทั้งจากข้อมูลของ WMO และ NOAA รวมทั้งตัวเลขจาก NASA ว่าปี 2014 หรือ 2557 ที่เพิ่งผ่านไป เป็นปีที่อุณหูมิเฉลี่ยของผิวโลกเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลกันมากว่า 135 ปี คือนับจากปี 1880 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยที่วัดได้ทั้งจากบนพื้นดินและน้ำทะเลได้พุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องหลังจากปี 2000 เป็นต้นมาและมาแตะจุดสูงสุดจนทำลายทุกสถิติในปี 2014 ซึ่งสุดท้ายแล้วผลที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงไปจะตกแก่เราทุกคน หากยังไม่ลงมือแก้ไขอย่างจริงจังนับจากวันนี้

โพสท์ใน อะไร อะไร | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

Strike Dip Slip ในวิชาแผ่นดินไหว

fault_model2

Strike ø คือมุมของรอยเลื่อนในแนวระนาบเทียบกับทิศเหนือ มีค่า 0°ถึง 360°

Dip δ คึอมุมของ hanging-wall block วัดจากระนาบผิวดิน มีค่า 0° ถึง 90°

Slip λ คือมุมการคลื่อนของ hanging-wall block มีค่า -180° ถึง 180°

An Introduction to Seismology, Earthquakes, and Earth Structure - Seth Stein, Michael Wysession - Google Books

  • ถ้า λ เป็น 0° แสดงว่า  hanging-wall เคลื่อนในแนวระนาบ เป็น Strike slip ชนิดเลื่อนซ้าย หรือ  left-lateral (sinstral)
  • ถ้า λ มากกว่าศูนย์ แสดงว่า  hanging-wall เคลื่อนขึ้น ถือเป็น Reverse fault
  • ถ้า λ เป็น 180° แสดงว่า  hanging-wall เคลื่อนในแนวระนาบ เป็น Strike slip ชนิดเลื่อนขวา หรือ  right-lateral (dextral)
  • ถ้า λ น้อยกว่าศูนย์แสดงว่า  hanging-wall เคลื่อนลง ถือเป็น Normal fault
โพสท์ใน ภัยพิบัติ, วิชาแผ่นดินไหว 101 | ติดป้ายกำกับ , , , , | ใส่ความเห็น

ขอไว้อาลัย คางคกน้อยในลานจอดรถ

บางที ความชะล่าใจ ก็ทำให้เราต้องเสียใจไปอีกนาน

ผมพบคางคกขนาดตัวไม่ใหญ่มากในลานจอดรถชั้นใต้ดินที่คอนโด เริ่มเห็นเค้าราว 1 เดือนก่อนหน้านี้ ชอบโดดลงไปหลบในรางระบายน้ำตื้นๆที่มีคะแกรงเหล็กครอบอยู่ ผมตั้งใจจะเอาเค้าไปปล่อย แต่ไม่อยากจับมือเปล่าๆเหมือนจับอึ่งอ่างหรือกบ ซึ่งจับได้สบาย คางคกจะปล่อยเมือกทำให้ต้องเดินขึ้นลิฟท์ไปล้างมือ เลยตั้งใจจะหาถุงมาจับในวันหยุดแล้วขับรถไปหาที่ปล่อยไกลๆ

วันธรรมดาก็ออกจากคอนโดแต่เช้า กลับมาก็ 5 ทุ่ม และเป็นบางวันที่พบกัน ซึ่งความเร่งรีบในตอนเช้ากับการอยากรีบขึ้นไปบนห้องในตอนดึกทำให้ประมาท คิดว่าเอาไว้ก่อนก็ได้ วันหยุดเคยเอาถุงลงมาชั้นใต้ดินเดินหาก็ไม่เจอ วันธรรมดาเจอกันก็ไม่มีโอกาสซะที

เช้านี้ ภาพที่ทำให้เสียใจไปอีกนานก็ปรากฏ คางคกตัวนั้นนอนท้องแตกตายอยู่กลางลานจอดรถ ผมได้แต่สำนึกผิดกับความชะลาใจ ผลัดวันประกันพรุ่งของตัวเอง สุดท้ายก็ได้แต่ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เค้า

ผมผิดเอง..

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น

น้ำบนโลกเรา รวมทั้งหมดแล้วมีแค่ไหน

waterlessearth_woodshole_960

โลกเรามีน้ำอยู่แค่ไหน ? คำตอบคือ ไม่มากเลย

แม้น้ำจะครอบคลุมเปลือกโลกราว 70.8% ของพื้นที่ผิว หรือที่เรารู้จักกันว่าคือทะเลและมหาสมุทร  แต่มีความลึกน้อยมาก แม้จุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรคคือ 10.91 กิโลเมตรบริเวณร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา ก็ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดรัศมีของโลก เปรียบเหมือนเอาลูกบอลไปจุ่มน้ำ จะพบว่ามีน้ำติดอยู่บนผิวเป็นชั้นบางๆเท่านั้น ปริมาตรน้ำทั้งหมดบนโลกเราคือ 1,386 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร  ถ้านำมารวมเป็นลูกทรงกลม จะได้ทรงกลมที่มีรัศมีราวๆ 692.5 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเล็กจนน่าแปลกใจ

อ้างอิง https://water.usgs.gov/edu/earthhowmuch.html

โพสท์ใน อะไร อะไร | ติดป้ายกำกับ , , , | 1 ความเห็น

เหตุการณ์สึนามิหมูเกาะโซโลมอน 2 เมษายน พ.ศ. 2550

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.1 ตามมาตราโมเมนต์ ลึก 10 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 เวลา 03:39 ตามเวลาไทย บริเวณหมู่เกาะโซโลมอน โดยมีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวหรือ epicenter อยู่ที่พิกัด 8.481°S, 156.978°E ซึ่งเป็นบริเวณท้องทะเลห่างจากเกาะ Gizo ในหมู่เกาะโซโลมอน ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 45 กิโลเมตร โดยรอยเลื่อนเคลื่อนตัวในลักษณะมุดตัว ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิเป็นวงกว้าง คลื่นสึนามิที่เคลื่อนเข้าหาหาดบางแห่งในหมู่เกาะโซโลมอน มีความสูงถึง 10 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 52 ราย สูญหาย 60 ราย ในเหตุการณ์ครั้งนี้

Tsunami,_Solomon_Islands_2007._Photo-_AusAID_(10731015253)

ภาพความเสียหายชายฝั่งของหมู่เกาะโซโลมอนจากคลื่นสึนามิ

52405

ทุ่น 52405 แสดงระดับน้ำทะเลที่ผิดปกติราว 10 เมตร ผลจากแผ่นดินไหว

r135608_458121

โพสท์ใน ภัยพิบัติ, สึนามิ | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

พบหลุมดำใหญ่มหึมา อยู่ในใจกลางกาแล็กซีแคระ

14-251_0

นักดาราศาสตร์ใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของนาซ่าและการสังเกตจากภาคพื้นดิน  พบหลุมดำขนาดยักษ์อยู่ภายในกาแล็กซีแคระ M60-UCD1 ซึ่งเป็นกาแล็กซีที่มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เคยรู้จัก โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยาวเพียง 300 ปีแสง ซึ่งถ้าเทียบกับกาแล็กซีทางช้างเผือกแล้ว เส้นผ่านศูนย์กลางของกาแล็กซีแคระนี้เพียงแค่ 1 ใน 500 ส่วนเท่านั้น และหากเราอาศัยอยู่ในแแคระนั้น ยามค่ำคืนเราจะมองเห็นดวงดาวนับล้าน ในขณะที่เราได้เห็นแค่ไม่กี่พันดวงในความเป็นจริงที่เราอาศัยอยู่ในทางช้างเผือก

แต่กลับปรากฏมีหลุมดำขนาดยักษ์ มวลมากมายมหาศาลถึง  5 เท่าของหลุมดำที่ใจกลางทางช้างเผือกของเรา ซึ่งเป็นเทหวัตถุที่ไม่น่าอยู่ในที่แบบนั้นได้

การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่า อาจมีกาแลคซีขนาดเล็กอื่น ๆจำนวนมากในเอกภพ ที่มีหลุมดำมวลมหาศาลอยู่ภายใน  ซึ่งการตั้งข้อสังเกตนี้อาจรวมไปถึงกำเนิดของกาแล็กซีแคระนี้ ว่าที่จริงอาจเป็นกาแล็กซีที่ฉีกขาดออกมาจากกาแล็กซีขนาดปกติ ระหว่างการชนกันของกาแล็กซีต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเองแต่แรก

Anil Seth นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยยูทาห์ หัวหน้ากลุ่มศึกษากาแล็กซีแคระ กล่าวว่า “เรานึกถึงวิธีการอื่นไม่ออก หากจะบรรจุหลุมดำใหญ่ขนาดนี้เข้าไปในวัตถุขนาดเล็กแบบนั้น”

ทีมของ Anil Seth ใช้กล้องดูดาว Gemini North ขนาด 8 เมตร ทำงานโหมดแสงธรรมชาติแสงและอินฟราเรด ซึ่งติดตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟเมานาเคบนเกาะฮาวาย รวมถึงการใช้ข้อมูลอีกส่วนจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของนาซ่า เพื่อสังเกตกาแล็กซีแคระ M60-UCD1 และวัดมวลของหลุมดำขนาดยักษ์ของมัน

ภาพที่คมชัดจากฮับเบิลทำให้สามารถวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของกาแล็กซีแคระ M60-UCD1 รวมทั้งวัดความหนาแน่นของกลุ่มดาวต่างๆในกาแล็กซีนั้นได้ ในขณะที่กล้องดูดาว Gemini ใช้มองปฏิกิริยาของดวงดาวต่างๆและการเคลื่อนที่ของดาวเข้าหาหลุมดำที่ใจกลางกาแล็กซี จากนั้นก็เอาข้อมูลทั้งหมดมาคำนวนมวลของหลุมดำ

หลุมดำที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรานั้นมีมวลราว 4 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นเพียง 0.01% ของมวลรวมทั้งกาแล็กซีเท่านั้น แต่หลุมดำขนาดยักษ์ที่ศูนย์กลางของกาแล็กซีแคระ M60-UCD1 นั้น มีมวลมากถึง 21 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ และมวลของมันมากถึง 15% ของมวลรวมทั้งกาแล็กซี M60-UCD1 เลยทีเดียว

“นี่มันมหัศจรรย์มาก ทั้งๆที่กาแล็กซีทางช้างเผือกใหญ่กว่ากาแล็กซีแคระนั่นตั้ง 500 เท่าและหนักกว่าถึง 1,000 เท่า ” Seth กล่าวด้วยความตื่นเต้น

คำอธิบายหนึ่ง คือ M60-UCD1 ครั้งหนึ่งเคยเป็นกาแลคซีขนาดปกติที่มีดาวกว่าหมื่นล้านดวง แต่แล้วมันกลับเคลื่อนผ่านกาแลคซีที่มีขนาดใหญ่กว่าคือ M60 (NGC 4649) ทำให้ดวงดาวและสสารมืดในส่วนด้านนอกของกาแลคซี M60-UCD1 ถูกดึงให้ฉีกขาดออกไป และกลายเป็นส่วนหนึ่งของ M60

ทีมงานเชื่อว่า แม้ในเวลานี้ กาแล็กซีทั้งคู่ยังมีระยะห่างอยู่ราว 50 ล้านปีแสง แต่ในวันหนึ่งข้างหน้า กาแล็กซีแคระ M60-UCD1 อาจถูกดึงดูดต่อไปจนเข้าไปผสมรวมเป็นส่วนหนึ่งของ กาแล็กซี M60 อย่างสมบูรณ์ โดยใจกลางของกาแล็กซี่ M60 นั้นมีหลุมดำขนาดมหายักษ์ที่มีมวลกว่า 4,500 ล้านเท่าของดวงอาทิตย์ ขนาดใหญ่กว่าหลุมดำใจกลางทางช้างเผือกถึง 1,000 เท่า และเมื่อถึงเวลานั้น หลุมดำทั้ง 2 จะเข้ารวมกันเป็นหลุมดำเดียว

ที่มา http://www.nasa.gov/press/2014/september/hubble-helps-find-smallest-known-galaxy-containing-a-supermassive-black-hole/#.VBphS8WSySr

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น