คลังเก็บป้ายกำกับ: ฮับเบิล

ภาพล่าสุดจากฮับเบิล กาแล็คซี NGC 3314

ด้านบนเป็นภาพถ่ายล่าสุด มีความชัดเจนเห็นรายละเอียดสูง โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล คือดาราจักร NGC 3314 ซึ่งเป็นดาราจักรกังหัน 2 ดวงที่อยู่ซ้อนกันพอดีในมุมมองจากโลก (ความจริงไม่ได้ทับกันทางกายภาพ) โดยอยู่จากโลก 117 และ 140 ล้านปีแสงเรียงตามลำดับ ภาพใหม่นี้มีความคมชัดสูงเมื่อเทียบกับภาพเดิมด้านล่าง ที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเช่นกันในปี 2549 ภาพจาก web http://www.spacetelescope.org/images/heic1208a/

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

ภาพถ่าย (เก่าแต่ชัด) ของดาวอังคารจังหวะที่เข้าใกล้โลกที่สุดโดยกล้องฮับเบิล

กล้องฮับเบิลได้ถ่ายภาพดาวอังคารในนาทีที่เข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 60,000 ปี เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2003 โดยในภาพนี้บันทึกขณะที่ดาวแดงอยู่ห่างโลก 55,757,930 กิโลเมตร

โพสท์ใน ดาราศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , , | 2 ความเห็น

ภาพถ่ายใจกลางกาแลกซีกังหัน M51โดยกล้องฮับเบิล

ภาพใจกลางกาแลกซีกังหัน “เอ็ม51” (M51) ซึ่งมีรูป “เอกซ์” (X) สีดำตัดกลางกาแลกซี ซึ่งการเกิดรูปเอกซ์นี้ขึ้นอยู่กับดูดกลืนโดยฝุ่นและเอกซ์ยังเป็นตำแหน่งของหลุมดำที่อาจจะมีมวลเทียบเท่ากับดาวฤกษ์อย่างดวงอาทิตย์ 1 ล้านดวง โดยแถบที่เข้มที่สุดนั้นอาจเป็นขอบวงแหวนฝุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 ปีแสง ส่วนอีกขอบนั้นอาจจะอีกวงแหวนหรือก๊าซที่หมุนวน

โพสท์ใน ดาราศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , , , , | ใส่ความเห็น

ภาพถ่ายที่ชัดเจนที่สุดของใจกลางกาแลกซีทางช้างเผือก จากกล้องฮับเบิล

ใจกลางกาแลกซีทางช้างเผือกของเราซึ่งเป็นบริเวณที่ดาวมวลยักษ์ก่อตัวขึ้น ภาพนี้เป็นภาพในย่านรังสีอินฟราเรดที่คมชัดที่สุด และเกิดจากการผสมผสานข้อมูลจากกล้องฮับเบิลและกล้องโทรทรรศน์อวกาศอินฟราเรดสปิตเซอร์ (Spitzer)

โพสท์ใน ดาราศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , | ใส่ความเห็น

ภาพหายาก-การเกิดแสงเหนือแสงใต้พร้อมกันที่สองขั้วของดาวเสาร์

กล้องอวกาศยฮับเบิลบันทึกภาพนี้ได้เมื่อปี 2009 เป็นภาพการเกิดแสงเหนือ-แสงใต้ที่ขั้วดาวเสาร์ทั้ง 2 ด้านพร้อมกัน ซึ่ง เป็นเหตุการ์ณที่พบได้ยาก ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นปรากฏการณ์เดียวกันกับที่เกิดขึ้นบริเวณขั้วโลก โดยเกิดจากอนุภาคมีประจุเข้าปะทะสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์ และกระตุ้นให้ก๊าซในชั้นบรรยากาศเกิดการเรืองแสงขึ้น

โพสท์ใน ดาราศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

กล้องฮับเบิลถ่ายภาพซากการชนกันของดาวเคราะห์น้อยได้เป็นครั้งแรก

เมื่อต้นปี กล้องโทรทรรศน์ได้จับภาพของวัตถุประหลาดโครงสร้างคล้ายดาวหางดวงหนึ่ง ซึ่งมีหางคล้ายดาวหาง แต่มีส่วนใกล้หัวเป็นรูปตัวเอกซ์ (X) ส่วนวัตถุแกนกลับอยู่นอกส่วนที่น่าจะเป็นหัว นักดาราศาสตร์เชื่อว่าสิ่งนั้นคือซากของดาวเคราะห์น้อยชนกัน จากการติดตามสำรวจมาเป็นเวลาห้าเดือน นักดาราศาสตร์ต้องประหลาดใจที่พบว่า เศษซากที่กระจายออกมาจากวัตถุแผ่ขยายออกด้วยอัตราช้ามาก จากอัตรานี้ แสดงว่า การพุ่งชนนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน 2552 แล้ว วัตถุนี้ได้ชื่อว่า พี/2010 เอ 2 (P/2010 A2) โคจรอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก นักดาราศาสตร์ประเมินว่าในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก มีวัตถุขนาดกลางชนกันเฉลี่ยปีละหนึ่งครั้ง เมื่อวัตถุชนกัน จะสาดเศษฝุ่นกระจายออกไปทั่วอวกาศ ความถี่นี้นักดาราศาสตร์ได้มาจากการวัดปริมาณฝุ่นที่กระจัดกระจายอยู่ในระบบสุริยะร่วมกับแบบจำลองการชนของดาวเคราะห์น้อย การสังเกตดาวเคราะห์น้อยชนกันทำได้ยากมากเนื่องจากการชนกันครั้งใหญ่เกิดขึ้นได้ยาก ส่วนการชนในขนาดย่อมลงมาที่อาจเกิดได้บ่อยกว่าแต่แสงก็จางมาก ดาวเคราะห์น้อยสองดวงที่มาชนกันจนเกิด พี/2010 เอ 2 ก็ไม่เคยมีการบันทึกมาก่อนเหมือนกัน เนื่องจากแสงจางมากจนสังเกตไม่พบ แม้ข้อมูลจากฮับเบิลจะสนับสนุนความเป็นไปได้สูงที่วัตถุลึกลับนี้จะเกิดจากดาวเคราะห์น้อยชนกัน แต่นักดาราศาสตร์ก็ยังไม่อาจตัดทฤษฎีอื่นออกไปได้ในขณะนี้ เช่นทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า วัตถุนี้เป็นดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กที่หมุนควงเร็วขึ้นจากแรงจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ จนสาดฝุ่นผงบนดาวออกไปจนเป็นทางคล้ายหางดาวหางดังที่เห็น การสังเกตการณ์นี้มีความสำคัญต่อนักวิทยาศาสตร์มาก เพราะจะช่วยให้นักดาราศาสตร์ทราบว่าฝุ่นในระบบสุริยะเกิดมาจากอะไร และการชนกันของดาวเคราะห์น้อยจะสร้างฝุ่นขึ้นมาในวงโคจรมากน้อยเพียงใด ความรู้นี้ยังเป็นประโยชน์ในการสร้างแบบจำลองวงแหวนฝุ่นที่พบล้อมรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น นักดาราศาสตร์พบวงแหวนฝุ่นรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นหลายแห่ง จานฝุ่นนี้เชื่อว่าเกิดจากการชนกันของวัตถุที่มองไม่เห็นในจานนั้น ดังนั้นถ้าเข้าใจว่าฝุ่นเกิดขึ้นมาได้อย่างไรก็ย่อมช่วยให้เข้าใจวัตถุต้นกำเนิดที่แฝงกายอยู่ในจานฝุ่นนั้นได้ ฮับเบิลถ่ายภาพวัตถุดวงนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤษภาคม 2553 ด้วยกล้องดับเบิลยูเอฟซี 3 อนุภาคในส่วนที่ดูคล้ายหางดาวหางนั้นคาดว่ามีขนาดตั้งแต่ 1/25 นิ้ว จนถึง 1 นิ้ว นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่าวัตถุนี้เกิดขึ้นจากดาวเคราะห์น้อยขนาด 3-5 เมตรชนเข้ากับดาวเคราะห์อีกดวงหนึ่งที่ใหญ่กว่าด้วยความเร็วที่อาจสูงถึง 17,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ดาวเคราะห์ดวงเล็กแตกกระจายเป็นผุยผง เชื่อว่าการชนครั้งนั้นเกิดขึ้นในราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ปี 2552 รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย ()

โพสท์ใน ดาราศาสตร์ | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น