ขณะนี้สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่ว ประเทศ วันที่ 21 ต.ค. มี ปริมาตรน้ำ ในอ่างฯ ทั้งหมดรวม 53,384 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ73 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งหมด น้อยกว่าปี 2552 57,996 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 79 สามารถรับน้ำได้อีก 20,171 ล้านลูกบาศก์เมตรสภาพนํ้าในอ่างเก็บนํ้าขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาตรนํ้าใน อ่างฯทั้งหมด 49,901 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ72ของความจุอ่างเก็บนํ้าขนาดใหญ่ทั้งหมด ส่วนวันนี้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 620.66 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำระบายวันนี้ จำนวน 222.87 ล้านลูกบาศก์เมตรสามารถรับน้ำได้อีก 19,694 ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดกลางในทั่วประเทศที่มีความจุน้ำเกิด 80 เปอร์เซ็นต์ มีอยู่ 18 แห่ง ในส่วนนี้มีอ่างเก็บน้ำที่เต็มเกิดร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วอยู่ประมาณ 10 แห่ง คือ ภาคเหนือ เขื่อนกิ่วคอหมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง ภาคกลาง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ่างเก็บน้ำทับเสลา อ่างเก็บน้ำกระเสียว อ่างเก็บน้ำสียัด ภาคตะวันออก เขื่อนหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำประแสร์ และกำลังไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น คาดว่าจะขึ้นสูงสุดในวันที่ 21-22 ต.ค.นี้ ในอันตรามากกว่า 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และในวันที่ 24-26 ต.ค.นี้ น้ำทะเลจะเริ่มหนุนสูดสุด บวกกับน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา จะส่งผลกระทบให้พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เกิดน้ำท่วมขังทันที
จากผลการสำรวจชุมชนนอกแนวป้องกันน้ำท่วมที่ได้รับผลกระทบ หรือจุดอ่อนน้ำท่วม และพื้นที่เสี่ยงภัยจากน้ำหนุนริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ของสำนักการระบายน้ำ(สนน.) มีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 1,273 ครัวเรือนจาก 27 ชุมชนบนพื้นที่รับผิดชอบของ 13 สำนักงานเขตใน 6 กลุ่มเขตของกรุงเทพมหานคร(กทม.) แบ่งเป็น 1.กลุ่มวิภาวดี 1 เขต ได้แก่ เขตบางซื่อ มี 2 ชุมชน คือ ชุมชนพระราม 6 (ฝั่งติดแม่น้ำ) 25 ครัวเรือน และชุมชนปากคลองบางเขนใหม่ 46 ครัวเรือน
2.กลุ่มรัตนโกสินทร์ 3 เขต ได้แก่ เขตดุสิต มี 5 ชุมชน คือ ชุมชนเขียวไข่กา(ถ.เขียวไข่กาช่วงปลาย) 20 ครัวเรือน ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ(เชิงสะพานกรุงธน) 40 ครัวเรือน ชุมชนซอยสีคาม(ซอยสามเสน 19 ช่วงปลาย) 11 ครัวเรือน ชุมชนปลายซอยมิตรคาม(ซอยสามเสน 13 ช่วงปลาย) 140 ครัวเรือน และชุมชนวัดเทวราชกุญชรฯ(ถ.ศรีอยุธยาช่วงปลาย) 40 ครัวเรือน เขตพระนคร มี 3 ชุมชน คือ ชุมชนท่าวัง 80 ครัวเรือน ชุมชนท่าช้าง 25 ครัวเรือน และชุมชนท่าเตียน 120 ครัวเรือน เขตสัมพันธวงศ์ มี 2 ชุมชน คือ ชุมชนวัดปทุมคงคา(ท่าน้ำสวัสดี) 12 ครัวเรือน และชุมชนตลาดน้อย 10 ครัวเรือน
3.กลุ่มเจ้าพระยา มี 3 เขต ได้แก่ เขตบางคอแหลม มี 4 ชุมชน คือ ชุมชนวัดบางโคล่นอก 36 ครัวเรือน ชุมชนหน้าวัดอินทร์บรรจง 13 ครัวเรือน ชุมชนซอยมาตานุสรณ์ 31 ครัวเรือน และชุมชนหลังร.พ.เจริญกรุงประชารักษ์ 14 ครัวเรือน เขตยานนาวา มี 1 ชุมชน คือ ชุมชนโรงสี(ถ.พระราม 3) 60 ครัวเรือน เขตคลองเตย มี 1 ชุมชน คือ ชุมชนสวนไทรริมคลองพระโขนง 9 ครัวเรือน
4.กลุ่มกรุงธนบุรี มี 4 เขต ได้แก่ เขตบางพลัด มี 1 ชุมชน คือชุมชนวัดฉัตรแก้ว 8 ครัวเรือน เขตบางกอกน้อย 4 ชุมชน คือ ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ 153 ครัวเรือน ชุมชนปากคลองน้ำตาล-คลองพิณพาทย์ 103 ครัวเรือน ชุมชนตรอกวังหลัง 66 ครัวเรือน และชุมชนดุสิต-นิมิตรใหม่ 23 ครัวเรือน เขตธนบุรี 1 ชุมชน คือ ชุมชนปากคลองบางกอกใหญ่ 12 ครัวเรือน 11.เขตคลองสาน 1 ชุมชน คือ ชุมชนเจริญนครซอย 29/2 มี 11 ครัวเรือน 5.กลุ่มตากสิน มี 1 เขต ได้แก่ เขตราษฎร์บูรณะ มี 1 ชุมชน คือ ชุมชนดาวคะนอง 157 ครัวเรือน และ 6.กลุ่มมหาสวัสดิ์ มี 1 เขต ได้แก่ เขตทวีวัฒนา มี 1 ชุมชน คือ ชุมชนวัดปรุณาวาส 38 ครัวเรือน
ทั้งนี้จากการตรวจสอบรายงานย้อนหลังของสำนักการระบายน้ำกทม.พบว่า ชุมชนที่เป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของกทม.มีอัตรา ลดลงเป็นระยะๆ ซึ่งจากเดิมในปี 50 มีชุมชนจุดเสี่ยงมากถึง 32 ชุมชนและมีจำนวนครัวเรือนกว่า 2,000 ครัวเรือน ต่อมาในปี 51 ลดลงหลือ 30 ชุมชน 1,563 ครัวเรือน และล่าสุดเมื่อปี 52 มี 28 ชุมชน 1,331 ครัวเรือนก่อนที่จะเหลือ 27 ชุมชนในปัจจุบัน
นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรามีความพร้อมเต็มที่ในการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ต่างๆ และจากการประสานไปยัง กรมชลประทาน ขณะนี้ได้ปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนพระราม 6 รวม 3,655 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากแนวป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่สามารถรับน้ำได้ที่ระดับความสูงประมาณ 2.5 เมตรจากระดับน้ำทะเล และจากการตรวจวัดปริมาณน้ำในช่วงเช้ามีความสูงประมาณ 1.5 เมตร ยังสามารถรับน้ำเพิ่มได้อีก 1 เมตร
โดยโครงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยามีความยาวรวม 77 กิโลเมตร ก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 75 กิโลเมตร ส่วนที่เหลือคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2554 โดยจุดที่ยังไม่เสร็จ กทม.ได้นำกระสอบทรายกว่า 2 แสนใบ มาวางเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวที่ระดับความสูง 2.5 เมตรเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งเตรียมเครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ได้เตรียมเวชภัณฑ์ ยา และสถานที่พักชั่วคราวบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนหากเกิดน้ำท่วมใน พื้นที่ต่างๆ
จากการพยากรณ์อากาศและคาดการสถานการณ์น้ำในระหว่างวันที่ 26-27 ต.ค.53 คาดว่า จะมีน้ำเหนือไหลบ่าและน้ำทะเลหนุนสูง จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่เชื่อว่ายังสามารถรับมือได้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม โทร. 02-2485115 และสายด่วน กทม. 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ จังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันปริมาณน้ำไหลผ่าน2,343 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ +24.34 เมตร ที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,608 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา +16.70 เมตร ( ระดับน้ำทะเลปานกลาง) แม่น้ำสะแกกรัง ที่ หน้าศาลากลางฯ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 267 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ +19.39 เมตร อยู่ในเกณฑ์นํ้าปกติ แนวโน้มลดลงรับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 31 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
“ทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง รวมสูบและระบายทั้งหมดวันละ 27.98 ล้านลบ.ม. โดยได้เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาวันละ 1.96 ล้าน ลบ.ม. แม่น้ำนครนายกวันละ 0.45 ล้าน ลบ.ม. แม่น้ำบางปะกงวันละ 5.65 ล้านลบ.ม. ระบายลงอ่าวไทยวันละ 19.92 ล้าน ลบ.ม. (สูบจากคลองชายทะเลลงอ่าวไทยวันละ 15.87ล้าน ลบ.ม. และสูบจากสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิลงอ่าวไทยวันละ 4.05 ล้าน ลบ.ม.ทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกตอนล่าง รวมสูบและระบายทั้งหมดวันละ 14.33 ล้านลบ.ม. โดยได้เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาวันละ 4.46 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีนวันละ 9.87 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนพระรามหก ปริมาณน้ำระบาย 1,227 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สถานีบางไทร (C.29) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำไหลผ่านวันนี้ 2,885 ลบ.ม/วินาที”
รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ดีระดับน้ำทะเลจะเริ่มหนุนสูงตั้งแต่วันที่ 24-27 ตุลาคม 2553 ในช่วงเวลาก่อนที่น้ำทะเลจะหนุนสูง กรมชลประทาน จะเร่งลดระดับน้ำท่วมขัง และระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ส่วนในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง กรมชลประทาน จะลดการ ระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบน เพื่อให้ไหลผ่านกรุงเทพฯ โดยไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมกับกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศในช่วงนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด